10 สิ่งควรรู้ในการทำ SEO

ตอนนี้หลายๆ คนเริ่มรู้แล้วว่า วิธีการที่จะทำให้สินค้าหรือเว็บฯ ของเราให้เป็นที่รู้จัก ต้องใช้การตลาดออนไลน์ และโดยธรรมชาติของคนที่ต้องการจะซื้อสินค้าหรือบริการ จะต้องทำการค้นหาผ่าน Search Engine อย่าง Google หรือ Baidu ทำให้ผู้ประกอบการหลายๆ คน พยายามเป็นอย่างมากที่จะทำอย่างไรก็ได้ ให้คนหาสินค้าหรือบริการเจอเว็บไซต์ของเราผ่านผลการค้นหา ซึ่งวิธีการแบบนี้เราเรียกว่า การทำ SEO

MTK1-1

หลายๆ คนมักตกม้าตายในข้อนี้ รู้ว่าอะไรคือจุดเด่นของธุรกิจ รู้ว่าเว็บไซต์เราพัฒนาด้วยอะไร และจะ Support SEO ได้อย่างไรบ้าง แต่กลับไม่สนใจจุดเด่น หรือคำค้นหาที่ต้องการให้คนค้นหาแล้วเจอมาใส่ในเนื้อหาภายในเว็บไซต์ของเราเลย

แน่นอนว่า การทำ SEO มีสูตรและมีการปรับตัวตลอดเวลาตาม Algorithm ที่เปลี่ยนแปลงไปตาม Search Engine ถ้าอย่างนั้นเราอยากจะทำ SEO เราควรจะรู้อะไรบ้าง?

1. รู้ว่าสินค้าและบริการของเราคืออะไร เพื่อนำสิ่งนี้มาใช้เป็น Keyword
การรู้จักตัวตนของเราเองคือ หัวใจหลักในการทำ SEO กันเลย เพราะถ้าเรารู้ได้ว่า อะไรคือสินค้าที่เป็นตัวขายของเรา หรือถ้ารู้จุดเด่นของตัวเองได้ เราจึงสามารถนำจุดเด่นจุดนั้นมาใช้ในการทำ Keyword ได้เป็นอย่างดี เช่น หากเราทำธุรกิจโรงแรมบนเกาะช้าง แน่นอนว่าในพื้นที่เดียวกันจะมีคนทำโรงแรมอยู่อย่างมากมาย แต่สิ่งที่ต่างอาจจะเป็นโรงแรมที่เป็นบ้านทรงไทย เปิดโล่งให้เห็นวิวได้ 360 องศา อย่างชีวาปุรี รีสอร์ท หรือโรงแรมที่สามารถให้สัตว์เลี้ยงเข้ามาพักร่วมกับเจ้าของได้ สิ่งเหล่านี้คือจุดเด่นและความต่าง ที่จะทำให้เกิดมูลค่าทางการค้นหาและเรียกคนเข้าเว็บฯ  พร้อมสั่งซื้อสินค้าหรือบริการของเราได้

การรู้จุดเด่นของตัวเอง จะทำให้เราสามารถสร้าง Brand เป็นของตัวเองได้เป็นอย่างดี เช่น ถ้าพูดถึงรองเท้าเพื่อสุขภาพ เราจะนึกถึง FilpFlop ซึ่งจะทำให้มันกลายเป็น Keyword ที่จะใช้เรียกคนเข้าเว็บไซต์เรา หรือมาค้นหาผ่าน Keyword ที่เราต้องการได้ อีกทั้งยังสามารถกลบจุดด้อยของเราจนคนมองข้ามกันไปเลยทีเดียว

การรู้จักตัวเอง ไม่เพียงแค่รู้จุดเด่นของเราเท่านั้น ยังต้องรู้และประกาศให้คนอื่นๆ รู้ด้วยว่า เราขายอะไร ให้บริการอะไร เพื่อสร้าง Branding ตัวเองให้ชัด จึงเป็นสิ่งที่ขาดหรือหลงลืมไปไม่ได้เลยในการทำ SEO

2. รู้ว่าเว็บไซต์ของเราพัฒนาจากอะไร
ในการทำ SEO สิ่งสำคัญมาก และจะขาดหายไปไม่ได้เลยก็คือ โครงสร้างเว็บไซต์ หรือภาษาที่ใช้ในการพัฒนาเว็บไซต์นั่นเอง อย่าคิดว่าใช้อะไรทำเว็บไซต์ก็ได้ เพราะภาษาที่พัฒนาเว็บไซต์มีความยากง่ายในการที่จะให้ Robot วิ่งเข้ามาเก็บข้อมูลที่ต่างกัน ว่ากันง่ายๆ ถ้าเว็บฯ เราใช้ Flash ล้วนๆ ในการพัฒนา กับคู่แข่งเราใช้ HTML ปกติ เว็บฯ ของคู่แข่งเราจะมีอันดับในผลการค้นหาที่ดีกว่าแน่นอน เพราะ Robot ของแต่ละ Search Engine แทบจะไม่สามารถอ่านข้อมูลใน Flash ได้เลย

ซึ่งอันนี้ เป็นเพียงแค่เบื้องต้นเท่านั้น ถ้าทั้งเราและคู่แข่งเป็น HTML ทั้งคู่ Robot ก็จะเข้าไปอ่าน Code อีกว่า มีใครใช้ Java ใครใช้ Template ซึ่งแต่ละส่วนแต่ละจุด จะมีการให้คะแนนเพื่อนำเว็บไซต์ไปจัดอันดับที่ต่างกัน ดังนั้น ภาษาที่ใช้ในการพัฒนาเว็บไซต์จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ไม่แพ้การรู้จุดเด่นของเราเลยทีเดียว

3. เนื้อหาภายในเว็บฯ สำคัญมาก ต้องมีสิ่งที่เราค้นหาในนั้น
เนื้อหาภายในเว็บไซต์ คือสิ่งที่เรียกได้ว่า “โคตรสำคัญ” และหลายๆ คนมักตกม้าตายในข้อนี้ รู้ว่าอะไรคือจุดเด่นของธุรกิจ รู้ว่าเว็บไซต์เราพัฒนาด้วยอะไร และจะ Support SEO ได้อย่างไรบ้าง แต่กลับไม่สนใจจุดเด่น หรือคำค้นหาที่ต้องการให้คนค้นหาแล้วเจอมาใส่ในเนื้อหาภายในเว็บไซต์ของเราเลย บางเว็บฯ เปิดเข้าไปแล้วไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเว็บฯ นี้ขายอะไร? หรือให้บริการอะไรบ้าง ดังนั้น อย่าลืมใส่ Keyword หรือคำค้นหาที่ต้องการให้คนอื่นๆ ค้นหาแล้วเจอเราในเนื้อหาภายในเว็บไซต์ของเราด้วย

e203

ฉบับที่ 203 เดือนพฤศจิกายน

FinTech อนาคตโลกการเงิน

4. จำนวนคนเข้าเว็บฯ มีผลกับอันดับด้วย แต่การเข้าเว็บฯ ตัวเองบ่อยๆ อาจเกิดผลเสียได้
ถ้าถามว่า ทำไมจำนวนคนเข้าเว็บฯ ถึงมีผล เพราะ Robot มองว่า การที่มีคนเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์เยอะๆ แสดงว่า คนอาจจะชอบอ่านเนื้อหาภายในเว็บไซต์นั้นๆ หรือมีอะไรดีที่ Robot ไม่สามารถจับข้อมูลมาได้ ซึ่งแน่นอนว่า มันไม่ได้ดูแค่จำนวนคนเข้าเว็บฯ เท่านั้น มันยังดูไปถึง วิธีการเข้ามาของแต่ละบุคคล รวมการเข้ามาแล้วออกไปอีกด้วย แต่ถ้าใครคิดว่า ถ้าอย่างนั้นเราคลิกเข้าดูเว็บฯ ตัวเองบ่อยๆ ก็ช่วยดันอันดับได้ซิ ซึ่งบางส่วนได้ แต่ถ้า Robot มันดูวิธีการเข้ามาของคนนั่นๆ หรือ IP ที่เข้ามาอย่างผิดปกติ จากคะแนนที่ควรจะได้เพิ่มก็กลับลดลงได้ทันทีเช่นกัน

5. Hosting+Domain ก็สำคัญ
Domain กับ Hosting เปรียบเหมือนบ้านเลขที่และที่ดิน ในการให้ไปรษณีย์มาส่งของให้เราถึงที่บ้าน ถ้า Domain (บ้านเลขที่) จางหายไป ไปรษณีย์ (Robot) ก็จะส่งของให้เราไม่ถูกหลัง หรือในวันที่ไปรษณีย์จะไปส่งของที่บ้าน ถนนหน้าบ้านปิดทางเข้า (Server ล่ม) ไปรษณีย์ก็จะเข้าไม่ได้ และเดินจากไป เอาของที่ต้องมาส่งไปเก็บคืนคลังแล้วบอกว่า บ้านนี้ไปไม่ได้ คะแนนการขึ้นอันดับของเราก็จะตกไปในทันที ยิ่งถ้าล่มบ่อยๆ ก็ไม่ต้องพูดถึง เพราะของที่ส่งไม่ถึงมีเยอะขึ้นเรื่อยๆ อันดับก็จะยิ่งตกลงไปเรื่อยๆ เพราะไปรษณีย์เข้าไปส่งไม่ได้สักที!

MTK1-2

เราทำ SEO กันทำไมคะ? ทำเพื่อสร้างให้เกิดยอดขายใช่ไหม? ถ้าเรามุ่งเน้นแต่การทำ SEO เพียงอย่างเดียว คิดแต่ว่าจะให้ติดอันดับจนลืมไปว่า คนที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์เราต้องการอะไร ต้องการซื้ออะไร และสนุกในการทำ SEO จนเกิดอาการ “ปั่นเว็บฯ”

6. Partner คือสิ่งที่ต้องมี
เราคงเคยได้ยินกันอยู่แล้วว่า Connection คือ สิ่งที่สำคัญมากอีกสิ่งหนึ่งในการทำธุรกิจ ในโลกออนไลน์ก็เช่นกัน การที่เรามีเพื่อนมาก จะช่วยให้เราประหยัดแรงและเวลาในการทำงานเป็นอย่างมาก เพราะยิ่งถ้าเรามีเพื่อนมาก และเพื่อนๆ ช่วยสร้าง Link มาถึงเว็บไซต์ของเรา มันก็จะช่วยให้เราประหยัดเวลาในการสร้างประตูบ้านหรือทางเดินมาถึงบ้านของเราได้มากขึ้น เพราะถ้าเรากว่าจะสร้างทางเดินเข้าบ้านเราด้วยตนเอง อาจจะใช้เวลานาน แต่ถ้ามีคนหลายๆ คนช่วยกันสร้าง ทางเดินก็จะมีมากและเสร็จเร็วขึ้นจริงไหม?

7. ลองผิด ลองถูกด้วยตัวเอง เพราะคนที่รู้ดีที่สุดคือตัวเรา
ในการทำ SEO ไม่มีสูตรตายตัวที่แน่นอน เพราะแต่ละ Search Engine ไม่ว่าจะเป็น Google, Baidu, Bing หรือ Yahoo ต่างไม่มีใครออกมาบอกว่า ใช้สูตรอะไรคำนวณในการจัดอันดับ เพราะถ้าเขาประกาศออกมาว่าใช้อะไรบ้าง แน่นอนว่า คนที่รู้วิธีก็จะทำให้ตัวเองติดอันดับแรกๆ ในผลการค้นหา ซึ่งจะทำให้ผลการค้นหานั่นได้มาอย่างไม่เป็นธรรมชาติ และทำให้เมื่อคนมาค้นหาก็จะเจอเว็บฯ ที่เจ้าของต้องการปั่นอันดับขึ้นมาเท่านั้น ซึ่งไม่เป็นผลดีกับคนค้นหาเลย

ดังนั้น ไม่มีใครบอกได้ว่า แก้จุดไหนแล้วอันดับจะขึ้นได้ทันที ต้องลองผิดลองถูกกันไปเรื่อยๆ ซึ่งในการทำ SEO นั้น มีปัจจัยที่จะทำให้ขึ้นอันดับได้อยู่มากกว่า 200 ปัจจัย ทดลองเอาเถอะจะเกิดผล!

8. Social Media มีผลเสมอ
ปฏิเสธไม่ได้ว่า ยุคนี้เป็นยุคของ Social Media ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Instagram, Twitter และอื่นๆ อีกมากมายที่เกิดขึ้นแทบทุกวัน แน่นอนว่า การเข้ามาถึงเว็บไซต์ของเรา ผ่านช่องทาง Social Media ต่างๆ นี่มีผลกับการจัดอันดับของ SEO อยู่อย่างแน่นอน

การที่เนื้อหาภายในเว็บไซต์ของเราถูกแชร์ออกไปเป็นจำนวนมาก หรือถูก Retweet กันต่อๆ ไปเรื่อยๆ มีการเกิด Engagement ต่างๆ ส่งผลกระทบทางอ้อมมาถึงเว็บไซต์ของเราในการเพิ่มทางเข้าบ้านของเราเป็นอย่างดี โดยเฉพาะ Google+ ซึ่งถือเป็นบริการด้าน Social Media ของ Google โดยตรง ดังนั้น Link ที่เกิดจากการคลิกและ Share จึงส่งผลเป็นอย่างมากในการจัดอันดับกันเลยทีเดียว

9. แยกประเภทสินค้าและบริการให้ย่อยที่สุด
เราจะสังเกตได้ว่า คนที่ทำธุรกิจมักจะไม่มีธุรกิจเพียงอย่างเดียว มักจะมีโน่น นี่ นั่น มาเป็นธุรกิจเสริมด้วยเสมอ และในแต่ละธุรกิจ เราก็สามารถเจาะลึกลงไปได้เรื่อยๆ โดยพยายามแบ่งหมวดหมู่ให้ลึกลงไปมากที่สุด เพื่อให้มีรายละเอียดของสิ่งๆ นั้น ครบทั้งหมดที่ Robot จะสามารถเก็บข้อมูลไปได้ เช่น ในธุรกิจโรงแรม ถ้าเราบอกในเว็บฯ ว่า ห้องพัก แล้วมีแค่รูปของห้องพักแต่ละแบบเท่านั้น Robot ก็จะเก็บข้อมูลไปได้แค่นั้น แต่ถ้าเราแตกย่อยห้องพักออกมาเป็น Single Room, Family Room, Garden View, Sea View และใส่รายละเอียดลงไป เวลา Robot มาเก็บ ก็จะเอาข้อมูลไปทั้งหมด และแน่นอนว่า เวลาคนค้นหา ยิ่งลงลึก ก็จะยิ่งมีโอกาสค้นหาแล้วเจอสินค้าและบริการของเราได้ง่ายขึ้น

10. อย่าแคร์อันดับมากกว่าคนเข้าใช้จริง
เราทำ SEO กันทำไมคะ? ทำเพื่อสร้างให้เกิดยอดขายใช่ไหม? ถ้าเรามุ่งเน้นแต่การทำ SEO เพียงอย่างเดียว คิดแต่ว่าจะให้ติดอันดับจนลืมไปว่า คนที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์เราต้องการอะไร ต้องการซื้ออะไร และสนุกในการทำ SEO จนเกิดอาการ “ปั่นเว็บฯ” ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ทำให้เมื่อคนค้นหาแล้วมาเจอเว็บฯ เราแล้วก็จริง แต่พอเข้ามาแล้ว ไม่มีสิ่งที่เขาค้นหาหรือต้องการ ครั้งต่อไปเจาก็จะไม่มาอีก แล้วก็จะทำให้อันดับเราจากที่เคยติด ตกอันดับลงไปเรื่อยๆ และหายไปจากผลการค้นหาในที่สุด ดังนั้น อย่าสนใจการจัดอันดับมากกว่าคนที่เข้าเว็บฯ จริงๆ มากกว่า Robot เลยเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เพราะมันคือสิ่งที่จะทำให้เรามีผลการติดอันดับตามธรรมชาติ และยั่งยืนตลอดไป

You may be interested in

Latest post from Facebook

Related Posts

Opera เปิดตัว Crypto Browser สำหรับชาวคริปโต มีระบบวอลเล็ตในตัว

Opera เปิดตัวโปรแกรมบราวเซอร์รุ่นพิเศษ ให้ดาวน์โหลดฟรีทั้งรุ่นในคอมพิวเตอร์ Windows, Mac OS, และแอพมือถือระบบ Android…