ปลูกฝังการศึกษาแบบใหม่ ด้วยเทคโนโลยี

1

เมื่อพูดถึง Thailand 4.0 ที่หลายภาคส่วนกำลังปรับเปลี่ยน เพื่อพัฒนาประเทศให้มีความทันสมัย เพิ่มรายได้มากขึ้น และก้าวพ้นจากกับดักประเทศที่มีรายได้ปานกลาง โดยจะต้องผลิตนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเป็นฐานในการพัฒนาประเทศ และสามารถติดต่อค้าขายกับนานาประเทศ

การศึกษาจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับคุณภาพทรัพยากรมนุษย์ในประเทศ เพื่อเตรียมกำลังคนให้พร้อมในการเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไทย เยาวชนต้องสามารถนำองค์ความรู้ที่มีอยู่ทุกหนแห่งบนโลกนี้มาบูรณาการเชิงสร้างสรรค์ เพื่อพัฒนานวัตกรรมต่างๆ มาตอบสนองความต้องการของสังคม ซึ่งการจะนำเทคโนโลยีมาใช้ให้ถูกทางนั้นเป็นความยากและท้าทาย

สำหรับตัวเยาวชนอาจจะไม่ต้องปรับตัวอะไรมากนัก เพราะส่วนใหญ่อยู่กับอินเทอร์เน็ตตลอดเวลา และหันมาเรียนผ่านช่องทางออนไลน์กันมากขึ้น แต่สิ่งที่ต้องเพิ่มก็คือ ทักษะในการแสวงหาความรู้อย่างถูกวิธี และนำมาปรับใช้อย่างถูกต้อง ซึ่งทักษะที่จำเป็นสำหรับเยาวชนในยุค 4.0 ได้แก่ 1. การใช้อินเทอร์เน็ต จะต้องสามารถใช้เป็นเครื่องมือสำหรับการค้นหาความรู้ให้เป็น และเกิดประโยชน์สูงสุด 2. ความคิดสร้างสรรค์ ต้องกล้าที่จะคิดนอกกรอบหรือต่อยอดจากตำราเรียน และ 3. การปฏิสัมพันธ์กับสังคม เพื่อที่จะสามารถตอบสนองความต้องการของสังคมและทำงานร่วมกันได้ ปัจจัยดังกล่าวจะสามารถสร้างและพัฒนาคน ให้รู้จักค้นหาความรู้ต่างๆ มาปะติดปะต่อและประยุกต์เข้ากับงานที่ทำได้จริง

แพลตฟอร์มวิดีโอช่วยพัฒนาการศึกษา
สื่อการเรียนรู้ที่มีภาพเคลื่อนไหวประกอบเพื่อสร้างความเข้าใจอย่างวิดีโอ ยังคงเป็นแหล่งหาความรู้ที่ได้รับความนิยมในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งเห็นได้ว่า มีรูปแบบที่หลากหลายขึ้น ไม่ได้จำกัดเฉพาะแค่นักวิชาการที่จะเข้ามาทำสื่อส่วนนี้ แต่บรรดาครีเอเตอร์หน้าใหม่ ผู้ที่มีใจรักในศาสตร์นั้นๆ ก็เปิดช่องของตัวเองผ่านแพลตฟอร์มวิดีโอ YouTube เพื่อเข้าถึงและให้ความรู้กับผู้ชมได้อีกด้วย

ดร.สมิตา หมวดทอง อาจารย์สอนภาษาอังกฤษ และเจ้าของช่อง YouTube : Nuienglish

ดร.สมิตา หมวดทอง อาจารย์สอนภาษาอังกฤษ และเจ้าของช่อง YouTube : Nuienglish

ดร.สมิตา หมวดทอง อาจารย์สอนภาษาอังกฤษ และเจ้าของช่อง YouTube : Nuienglish กล่าวว่า การศึกษา 4.0 จะเปลี่ยนมาเน้นนวัตกรรมความคิดมากยิ่งขึ้น ซึ่งในฐานะที่อยู่ในแวดวงการศึกษา มองว่าเป็นเรื่องที่ดีแต่ยังต้องมีการเปลี่ยนแปลงและทำให้เห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้น และมีความชัดเจนในขั้นตอนและตัวชี้วัด

“จากประสบการณ์ที่เป็นครูสอนพิเศษด้วย ความประทับใจ ความสนุก เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เด็กๆ ที่เข้ามาเรียนคล้อยตามได้ และจากนั้นเรื่องคอนเทนต์เองก็สำคัญ การสอนต้องเข้าใจง่าย ฝึกให้เด็กใช้ความคิดด้วยตัวเอง รู้จักทำผิดทำถูก แล้วผู้สอนก็เข้ามาดูแลในส่วนที่ต้องแก้ไขการศึกษาต่อไปคนที่รู้จะต้องรู้เรื่องนั้นจริงและนำไปประยุกต์ใช้ให้ได้ ซึ่งส่วนหนึ่งก็ต้องมาจากภาคการศึกษาในหลักสูตรด้วย”

ดร.สมิตา มองว่า ในฐานะที่ทำสื่อวิดีโอออนไลน์ อย่างคอนเทนต์ที่เป็นการแปลเพลงเป็นภาษาอังกฤษ ก็จะขยายรูปแบบให้หลากหลายขึ้น หรือการสอนในคลาสที่อาจจะมีกิจกรรมต่างๆ และถ่ายวิดีโอ เพื่อเผยแพร่ต่อไปยังผู้รับชมออนไลน์ด้วย

รายการ Podcast ไม่มีภาพ แต่เข้าใจได้ลึกและเป็นกันเอง
Podcast ช่องทางการฟังเรื่องราวต่างๆ ที่หลายคนอาจจะเคยเห็นผ่านตา หรือได้ลองใช้ กำลังจะเป็นเทรนด์ที่กลับมาอีกครั้งในปีนี้ ซึ่ง Podcast ก็คล้ายกับการจัดรายการวิทยุ สามารถฟังได้ทางออนไลน์ และฟังย้อนหลังได้ โดยจะเน้นเป็นการพูดคุยในเรื่องต่างๆ ที่แต่ละคนสนใจ โดยเมื่อก่อนก็จะเป็นช่องข่าว การศึกษา แต่ปัจจุบันได้มีการสร้างสรรค์ให้มีความเข้าถึงง่ายและเป็นกันเองมากยิ่งขึ้น

แทนไท ประเสริฐกุล ผู้จัดรายการ WiTcast กล่าวว่า การฟัง Podcast ในต่างประเทศเป็นเหมือนส่วนหนึ่งของชีวิต ในระดับเดียวกันกับ YouTube และพันทิป ในประเทศไทย เนื่องจากการจัดรายการจะสามารถพูดเรื่องอะไรก็ได้ โดยใครก็ได้ ทำให้มีหลากหลายมาก ไม่ว่าจะเป็นวงการถ่ายภาพ ดนตรี หรืออื่นๆ ก็นับว่าเป็นการให้ความรู้ความบันเทิงสายนั้นให้เข้าใจง่ายขึ้น หรือมหาวิทยาลัยต่างๆ ก็มีการบันทึกการสอนในคลาสแล้วเผยแพร่ออกมา ให้ผู้เรียนได้ทบทวน หรือบุคคลทั่วไปเข้าไปศึกษาความรู้ใหม่เพิ่มเติม

“อย่างรายการ WiTcast ก็จะเป็นรายการคุยวิทยาศาสตร์แบบเป็นกันเอง นั่งคุยกันตลกๆ มีหลากหลายเนื้อหา อย่างข่าวที่เพิ่งออกมาล่าสุดของวงการวิทยาศาสตร์ หรือหัวข้อที่น่าสนใจมาเรื่องหนึ่ง ก็จะมีผม คุณป๋องแป๋ง ที่เรียนด้านวิทย์ฯ มาคุยกัน แล้วก็คุณอาบัน ที่ไม่ได้เรียนสายนี้มาเลยเป็นคนตรงกลางคอยถามคำถาม ซึ่งเวลาจัดรายการเราจะมาเติมอารมณ์ให้กับเนื้อหาหนักๆ ที่เด็กๆ อาจจะเรียนในหลักสูตรอยู่แล้ว ให้เข้าใจง่าย สนุกมากขึ้น”

witcast
witcast1

คอนเทนต์ด้านเสียงเองก็มีจุดเด่นและน่าสนใจไม่แพ้กัน เนื่องจากสามารถฟังได้ตลอดเวลา ใช้เวลานานได้ และมีเนื้อหาที่ลงลึกซึ้ง โดยที่สายตาสามารถโฟกัสที่อื่นได้ อาจจะเป็นฟังไปขับรถไป หรือวิ่งไป ก็รับความรู้ได้ต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ในฐานะผู้ทำคอนเทนต์ด้านเสียงก็มองว่า คอนเทนต์ด้านภาพ วิดีโอ รวมถึงโซเชียลฯ อย่าง Facebook และ Twitter ในช่วงที่ผ่านมา ได้รับความนิยมมีฐานผู้ติดตามจำนวนมาก แต่คอนเทนต์ด้านเสียงเองก็มีจุดเด่นและน่าสนใจไม่แพ้กัน เนื่องจากสามารถฟังได้ตลอดเวลา ใช้เวลานานได้ ละมีเนื้อหาที่ลงลึกซึ้ง โดยที่สายตาสามารถโฟกัสที่อื่นได้ อาจจะเป็นฟังไป ขับรถไป หรือวิ่งไป ก็รับความรู้ได้ต่อเนื่อง ซึ่งต่างจากสื่ออื่นๆ ที่ต้องใช้สมาธิและสายตาร่วมด้วย และได้รับข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญในแบบการสนทนาแบบนั่งคุยกัน ไม่ใช่ลักษณะสัมภาษณ์ ทำให้ผู้ฟังได้มีความใกล้ชิดกับคนเหล่านั้นเพิ่มขึ้นด้วย

การเรียนการสอนบนออนไลน์ เตรียมพร้อมแรงงานคุณภาพ
ปัจจุบัน ไม่จำเป็นต้องพึ่งตำราเรียนเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะนักเรียนชั้นมัธยมปลายที่จำเป็นต้องสอบเข้ามหาลัย ต้องมีการติว หรือเก็งข้อสอบกันอย่างขะมักเขม้น ทั้งนี้ มีเว็บไซต์การเรียนการสอนหลากหลายรูปแบบที่เปรียบเสมือนโรงเรียนกวดวิชา เป็นช่องทางให้นักเรียนสามารถติววิชาได้ด้วยตนเอง เข้าถึงได้ตลอดเวลา รวมถึงนักเรียนต่างจังหวัดที่อยู่ห่างไกลก็สามารถเข้ามาเรียนรู้ได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น

ฉบับที่ 217 เดือนมกราคม

เรียนรู้ชีวิตดิจิทัล เยาวชน 4.0

 

ดังนั้น จึงหยิบยกตัวอย่างเว็บไซต์ที่เป็นโรงเรียนกวดวิชาออนไลน์ เช่น www.tutorpoint.net เว็บไซต์สอนเคมี ทั้งคอร์สเตรียมสอบ และเฉลยข้อสอบย้อนหลังให้ถึง 3 ครั้ง เป็นการสรุปเนื้อหาเคมีทุกบท บอกเทคนิค เก็งข้อสอบและทำโจทย์ให้ดู ผู้เรียนสามารถเรียนตามได้ โดยสามารถเลือกคอร์สเรียนและมีแผ่นดีวีดีไว้ฝึกตาม

www.tutorpoint.net เว็บไซต์คอร์สสอนเคมี

www.tutorpoint.net เว็บไซต์คอร์สสอนเคมี

www.dektalent.com เว็บไซต์สอนวิชาคณิตศาสตร์

www.dektalent.com เว็บไซต์สอนวิชาคณิตศาสตร์

สำหรับ www.dektalent.com จะเน้นการสอนเกี่ยวกับวิชาคณิตศาสตร์โดยเฉพาะ โดยมีเอกสารให้ดาวน์โหลดในระหว่างเรียน อีกทั้งมีคอร์สเรียนตั้งแต่ระดับชั้นมัธยมต้นจนถึงมัธยมปลาย รวมถึงเตรียมสอบเข้ามหาลัยด้วย หากผู้เรียนสงสัยในบทเรียนสามารถ Inbox สอบถามได้ทันที

www.opendurian.com เว็บไซต์เตรียมสอบแอดมิชชั่นออนไลน์

www.opendurian.com เว็บไซต์เตรียมสอบแอดมิชชั่นออนไลน์

ส่วน www.opendurian.com เป็นเว็บไซต์ที่ให้บริการเตรียมสอบแอดมิชชั่นออนไลน์ ซึ่งช่วยให้นักเรียนพร้อมสอบ 9 วิชาสามัญได้ทันใจภายใน 7 ถึง 15 วัน เพียงแค่ระบุคะแนนเป้าหมายในโครงข่ายเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์จะทำการวิเคราะห์และกำหนดไกด์ไลน์การเตรียมสอบให้ โดยเลือกเฉพาะเทคนิคและแนวโจทย์ที่ง่าย แต่ได้คะแนนรวมตามเป้า ช่วยลดเนื้อหาที่ต้องอ่านได้ถึง 30-70 เปอร์เซ็นต์ มีการเปิดสอนทั้งคอร์สเรียนบนเว็บไซต์ และเรียนฟรีบน YouTube

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น โดยแต่ละเว็บไซต์ก็มีจุดเด่นที่ต่างกัน รวมถึงเรื่องราคาในแต่ละคอร์สด้วย ซึ่งยังมีเว็บไซต์เปิดคอร์สสอนออนไลน์อีกมากที่เข้ามาลดช่องว่างการเข้าถึงในเรื่องของการศึกษาในด้านต่างๆ ดังนั้น การจะเป็นเยาวชนในยุค 4.0 จะต้องรู้จักเพิ่มทักษะให้ตนเอง และใช้ประโยชน์จากความรู้ที่พร้อมให้เข้าถึงได้ตลอดเวลา

เรียนด้วยประสบการณ์เสมือนจริง ผ่าน VR
เทคโนโลยีที่ตื่นตาตื่นใจอย่าง Virtual Reality (VR) ก็เป็นส่วนหนึ่งที่กำลังเข้ามามีบทบาทกับทางภาคการศึกษา ด้วยการสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ทางด้านการมองเห็น ในรูปแบบเสมือนจริง ไม่ว่าจะเป็นเกม เพื่อการศึกษาผ่าน VR หรือสื่อการเรียนการสอน ที่จะช่วยลดต้นทุนอุปกรณ์ใช้งานต่างๆ มาผ่านการเรียนรู้ในรูปแบบภาพเสมือนให้มากยิ่งขึ้น

ฉัททวุฒิ พีชผล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์

ฉัททวุฒิ พีชผล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์

ฐิติศักดิ์ ตรีรัตน์ นักศึกษาจากคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี เจ้าของผลงานแอพพลิเคชั่นความเป็นจริงเสมือน เพื่อสำรวจระบบสุริยะ Exploring The Solar System VR กล่าวว่า เทคโนโลยี VR สามารถสร้างประสบการณ์ที่แปลกใหม่ให้เกิดขึ้นได้จริง อย่างแอพฯ ที่ได้พัฒนานี้จะเป็นการจำลองระบบสุริยะในรูปแบบ 3 มิติ ซึ่งใช้งานได้เพียงแค่โหลดแอพฯ และทำงานร่วมกันกับ Google Cardboard

“หลายๆ อย่างเราไม่สามารถไปสัมผัสได้ด้วยตัวเอง เพราะปัจจัยบางอย่าง เทคโนโลยีตรงนี้ก็เข้ามาช่วยส่งเสริมได้ และโดยเฉพาะการศึกษาเอง เราเรียนกันมาแต่ในตำรา มีภาพที่ไม่ค่อยชัดอยู่ในหนังสือ บางทีก็เป็นขาว-ดำ มันไม่ได้เกิดความมีส่วนร่วม หรือดึงดูดให้สนใจ ซึ่งตรงนี้ VR ตอบโจทย์มาก และเชื่อว่าในอนาคตจะมีสื่อเพื่อการเรียนรู้ลักษณะนี้เกิดขึ้นอีกแน่นอน”

การเรียนผ่าน VR ของมหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์

การเรียนผ่าน VR ของมหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์

การศึกษาเอง เราเรียนกันมาแต่ในตำรา มีภาพที่ไม่ค่อยชัดอยู่ในหนังสือ บางทีก็เป็นขาว-ดำ มันไม่ได้เกิดความมีส่วนร่วม หรือดึงดูดให้สนใจ ซึ่งตรงนี้ VR ตอบโจทย์มาก

ฉัททวุฒิ พีชผล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์ กล่าวว่า ทางมหาวิทยาลัยมีการพัฒนาสื่อการเรียนรู้สามมิติเสมือนจริง VR เพื่อประกอบการเรียนการสอนในหลากหลายสาขาวิชา อาทิ วิศวกรรมโยธา เพื่อให้นักศึกษาสามารถเรียนรู้และเข้าใจถึงโครงสร้างอาคาร ที่มีมิติหลากหลาย ทำให้ผู้เรียนสามารถสัมผัสประสบการณ์เสมือนจริงจากมุมมองที่อาจารย์หรือผู้เชี่ยวชาญสัมผัส ทำให้เกิดความรู้ความเข้าใจตรงกัน ส่งผลให้ผู้เรียนสามารถคิดวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาของโครงสร้างอาคารได้อย่างถูกต้อง นอกจากนี้ ยังสามารถถ่ายทอดประสบการณ์การเรียนรู้แบบสามมิติเสมือนจริง (VR) จากสถานที่และสภาพแวดล้อมจริงแบบออนไลน์ได้ ซึ่งเป็นการกระตุ้นการเรียนรู้ของผู้เรียน ลดอุปสรรคทางด้านการเดินทาง ระยะทางและเวลา

“การศึกษาแบบ 4.0 ผู้เรียนสามารถเข้าถึงการเรียนได้ตามที่ต้องการ มีสื่อต่างๆ มากมายให้เข้าไปศึกษากันแบบไม่เสียค่าใช้จ่าย ทางมหาวิทยาลัยเองมีการสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีต่างๆ อย่างต่อเนื่อง VR เองก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่เลือกใช้ ตอนนี้เรากำลังจะนำ Labster เข้ามา เพื่อให้นักศึกษาได้ใช้ห้อง Lab ผ่านภาพเสมือน ซึ่งลดต้นทุนอุปกรณ์และได้ประสบการณ์ใหม่ๆ ด้วย”

เห็นได้ว่า ช่องทางการศึกษาผ่านเทคโนโลยีในตอนนี้มีครอบคลุม และเข้าถึงได้อย่างง่ายดาย ซึ่งทำให้การพัฒนาการศึกษาเข้าสู่ยุค Education 4.0 ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแต่พื้นฐานสำคัญที่ต้องปลูกฝังในขั้นเริ่มต้น คือ เรื่องของความใฝ่รู้ด้วยตัวเอง การเลือกเข้าถึงสื่อที่เหมาะสมกับตัวเอง รวมทั้งการนำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์

You may be interested in

Latest post from Facebook

Related Posts