ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาโลกออนไลน์ มีการแชร์คลิปวีดิโอวิธีการซื้อของในตลาดสดโดยจ่ายผ่าน QR Code ซึ่งเกิดขึ้นในกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ลองไปชมคลิปวีดิโอที่ว่านี้กันดู
จากตัวอย่างคลิปวีดิโอดังกล่าวเป็นการชำระเงินผ่านทาง WeChat และ Alipay ที่เป็น 2 ผู้เล่นหลักทางด้านe-Wallet ส่วนในไทยเองก็เริ่มมีการผลักดันและสร้างมาตรฐานการชำระเงินรูปแบบนี้แล้วเช่นเดียวกัน
หลายประเทศเร่งผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนผ่านจากการชำระเงินด้วยเงินสด ไปสู่การชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ โดย e-Wallet เป็นการเติมเงินไปเก็บไว้ในรูปแบบดิจิทัลในกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ สามารถนำเงินนี้ออกไปใช้จ่ายได้ในช่องทางต่างๆ เช่น ใช้เงินที่อยู่ในกระเป๋าเงินนี้จ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ซื้อสินค้าจากร้านค้า รวมถึงซื้อของออนไลน์
ไทยเริ่มใช้มาตรฐาน QR Code แล้ว
ลองไปดูตัวอย่างสำหรับตัวอย่างการใช้ “QR Code มาตรฐาน” ในไทย
ข้อดีของระบบดังกล่าว คือ ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องสแกน QR Code ที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะชำระด้วยบัตรมาสเตอร์การ์ด ยูเนี่ยนเพย์ หรือวีซ่า ก็สามารถชำระเงินได้เพียง QR Code เดียว ทำให้ผู้บริโภคได้รับประสบการณ์การชำระเงินที่รวดเร็ว สะดวกสบาย และมีความปลอดภัย อีกทั้งระบบ QR Code มาตรฐานนี้ ยังเป็นระบบที่ใช้งานร่วมกันทั่วโลกอีกด้วย
ขณะนี้ธนาคารและร้านค้า ยังอยู่ในระหว่างการดำเนินงานติดตั้ง QR Code มาตรฐาน ซึ่งระบบนี้จะมีส่วนช่วยรัฐบาลในการเพิ่มจุดชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ และมีส่วนสำคัญในการเติบโตและสนับสนุนให้เกิดการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ทั่วประเทศ ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายสำหรับการรับชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ในส่วนของร้านค้าลดลง นอกเหนือจากเครื่อง POS แบบเดิม
สำหรับผู้ที่ต้องการใช้ e-wallet ในการชำระเงิน นอกจากการผูกบัญชีธนาคาร หรือฝากเงินสดแล้ว เราก็ยังสามารถแปลงเงินเหรียญ มาอยู่ในรูปแบบของกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ได้เช่นกัน
เครื่องฝากเหรียญอัตโนมัติเชื่อม e- Wallet ครั้งแรกในไทย
จากข้อมูลกรมธนารักษ์ ปี 2560 เงินเหรียญไทยมีประมาณ 50,000 ล้านบาท แต่กลับพบว่ามีเหรียญมากกว่า 10% ที่สูญหาย หรือคิดเป็น 5,000 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากพฤติกรรมต่างๆ เช่น สะสมเหรียญไว้ที่บ้าน ไม่นิยมพกเหรียญ เป็นต้น ขณะที่ธนาคารเองต้องเสียเวลาจากการนับเหรียญจำนวนมาก และยังคิดค่าธรรมเนียมในการนับเหรียญในอัตราตั้งแต่ 1% – 3%
ดูวิธีทำธุรกรรมด้วยเงินเหรียญกัน
เครื่องฝากเหรียญอัตโนมัติ ของธนาคารไทยพาณิชย์จากทีมพัฒนาของ Digital Ventures สามารถตรวจนับเหรียญ รับแลกธนบัตรเป็นเหรียญได้ และผนวกระบบเชื่อมโยงกับบัญชีธนาคารของผู้ใช้ เพื่อการทำธุรกรรมทางการเงินและชำระเงินต่างๆ แบบอัตโนมัติ
ที่น่าสนใจไปกว่านั้น ยังสามารถฝากเหรียญเข้ากับบริการ e-Wallet ต่าง ๆ เช่น Line Pay PayPal และการเติมเงินค่าโทรศัพท์มือถือ หรือการบริจาคเงินเข้ามูลนิธิต่างๆ ด้วย เพิ่มช่องทางให้ผู้บริโภคได้รับความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น
ขณะนี้ เครื่องฝากเหรียญยังเป็นเพียงเครื่องต้นแบบ แต่ความแม่นยำในการนับเหรียญมีความเที่ยงตรงเกือบ 100% เพราะระบบจะต้องตรวจสอบเหรียญอย่างละเอียดว่ามีเหรียญปลอมหรือไม่ ส่วนในอนาคตทางจะนำมาพัฒนาต่อ และจะขออนุญาตกับทางธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อจะนำไปใช้ตามสาขาต่างๆ และสนามบิน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว
เห็นได้ว่าเทคโนโลยีที่เกิดขึ้น สนับสนุนให้เกิดการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันมากขึ้น เมื่อโลกกำลังหมุนเข้าสู่ยุคของสังคมไร้เงินสด กระเป๋าเงินกลายเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นอีกต่อไป