Asiola ที่ระดมทุนออนไลน์ แห่งแรกในไทย

Asiola แพลตฟอร์มสำหรับการระดมทุนผ่านระบบออนไลน์ www.asiola.co.th ก่อตั้งโดย จอน ลอร์, คริส ฮวง ร่วมด้วย ขันเงิน เนื้อนวล, เจ-มณฑล จิรา และพีท-ประณิธาน พรประภา เป็น Crowdfunding เพื่อศิลปินแห่งแรกและแห่งเดียวในเมืองไทย

sp2-1

เปิดแพลตฟอร์มเพื่อเชื่อมโยง คนมีไอเดียและผู้สนับสนุน
การนำเทรนด์ใหม่เข้ามาสู่ตลาดในประเทศไทยไม่ใช่เรื่องง่าย เพราต้องใช้ระยะเวลาในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคนให้เข้ามาสนใจกันมากขึ้น ดังนั้นปัจจัยในการดึงดูดผู้คนต้องมีความโดดเด่นสามารถจับต้องได้

จอน ลอร์ หนึ่งในทีมผู้ก่อตั้ง ให้ข้อมูลว่า การเริ่มต้นของ Asiola เป็นช่องทางใหม่สำหรับการระดมทุนออนไลน์ ในการสานฝันของผู้มีไอเดียให้เกิดขึ้นได้จริง โดยยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ใหม่สำหรับประเทศไทยและมีความเสี่ยงสูงมาก ซึ่งก็ยังกลัวว่าตลาดจะยังไม่พร้อม คงค่อยๆ ทดลองตลาดก่อน

ดังนั้น ในช่วงแรกของการเปิดตัว จึงเลือกกลุ่มศิลปินที่มีฐานแฟนคลับสูง และมีความคิดที่จะทำกิจกรรมสำหรับการสนับสนุนสังคม เพื่อให้ประโยชน์กับผู้เกี่ยวข้อง อาทิ กลุ่มศิลปินเจ้าของแคมเปญที่ได้เผยแพร่แนวความคิดที่ต้องการทำ และได้พบกับแหล่งเงินทุนที่พร้อมสนับสนุนให้เกิดขึ้นได้จริง กลุ่มผู้สนับสนุนที่จะสามารถช่วยสนับสนุนผลงาน และร่วมกิจกรรมของศิลปินที่ชื่นชอบด้วยการสมทบทุน ซึ่งในส่วนนี้ก็จะทำให้ทาง Asiola ได้ฐานผู้ใช้งานเพิ่มมากขึ้น โดยเชื่อว่าการเริ่มต้นจากบรรดาแฟนคลับของศิลปินที่มีอยู่มากมาย จะช่วยขับเคลื่อนการระดมทุนในรูปแบบนี้ให้เป็นที่ยอมรับและเติบโตได้เป็นอย่างดีในอนาคต

เพิ่มความน่าเชื่อถือ ด้วยระบบชำระเงินผ่านธนาคาร
การเปิดพื้นที่เพื่อระดมทุนผ่านออนไลน์ในประเทศไทย ต้องมีการทำความเข้าใจเกี่ยวกับระบบอย่างมาก โดยเฉพาะในเรื่องของการชำระเงิน เนื่องจากความเชื่อมั่นทางด้านการเงินเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะสามารถดึงดูด และเป็นพื้นฐานที่ดีให้กับระบบได้ Asiola จึงมีการร่วมมือกับธนาคารกสิกรไทย ให้เข้ามาดูแลระบบทางการเงินทั้งหมดผ่านระบบออนไลน์ K-Payment Gateway ซึ่งมีประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงสุด

ธีรนันท์ ศรีหงส์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า ยุคดิจิทัลมีข้อดีต่างๆ ที่เข้ามาเปลี่ยนโลกได้มากขึ้น การที่กสิกรได้เข้ามาร่วมงานกับ Asiola ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่สอดคล้องกับที่เราทำมาโดยตลอด เพราะทางเราเป็นเบอร์ 1 ทางด้านโมบายล์แบงกิ้งตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงวันนี้ มีการทำธุรกรรมทั้งสิ้นกว่า 7 แสนล้านครั้งในปีนี้ เมื่อมีโอกาสพัฒนาช่องทางใหม่อย่าง Crowdfunding ก็ยินดีที่จะมีส่วนร่วมและทำให้เกิดขึ้นได้จริงด้วยการเพิ่มความน่าเชื่อถือจากธนาคาร เหมือนกับได้เป็นตัวกลางระหว่างแพลตฟอร์มและผู้ชำระเงิน ซึ่งระบบต่างๆ ที่ใช้จะมีกฎเกณฑ์การชำระเงินอย่างสมบูรณ์ รวมทั้งเป็นการตอกย้ำศักยภาพของธนาคารกสิกรไทยกับการพัฒนาระบบรับชำระเงินทั้งออนไลน์ ออฟไลน์ และดิจิทัล ดังนั้น การชำระเงิน รวมถึงการคืนเงินต่างๆ จึงไม่เป็นปัญหากับผู้สนับสนุนทุกท่าน และสามารถยืนยันได้ว่าเงินเหล่านี้ไม่ได้หายไปไหน

e205

ฉบับที่ 205 เดือนมกราคม

NextGen ของโฆษณาบน Mobile

ทราบแนวโน้มความสำเร็จก่อน ลดความเสี่ยงในการลงทุน
เนื่องจากการทำ Crowdfunding เป็นการที่ได้นำเสนอแคมเปญออกมาก่อนทำจริง ก็ถือว่าเป็นการลดความเสี่ยงในความล้มเหลวให้กับศิลปินเช่นกัน เพราะหากการระดมทุนไม่สำเร็จ เท่ากับว่ากิจกรรมเหล่านั้นยังไม่น่าสนใจมากพอ การทำตรงนี้ทำให้ได้ทราบผลตอบรับก่อนลงทุนด้วย

สำหรับแคมเปญที่ได้นำเสนอมาในช่วงแรกนั้นมาจาก 12 ศิลปินที่มีความแตกต่างกันออกไปทั้ง 4 ด้าน ประกอบด้วยด้านดนตรี อาหาร แฟชั่น และทัศนศิลป์ โดยมีผลงานที่น่าจับตามองอย่าง การระดมทุนเพื่อสร้างบ้านประกอบสำเร็จส่งไปช่วยเหลือให้กับผู้ประสบภัยที่ขาดแคลนที่อยู่อาศัยตามภูมิภาคต่างๆ ในประเทศไทยของศิลปินชื่อดัง “ดวงฤทธิ์ บุนนาค” หรือกิจกรรมที่มุ่งปลูกฝังทัศนคติรักบ้านเมือง และความสามัคคีให้กับเยาวชนไทยผ่านประติมากรรมสัมฤทธิ์ขนาดใหญ่ใจกลางกรุงเทพฯ ที่แฝงข้อคิดสอนเด็กๆ และเยาวชน เพื่อเป็นเครื่องปลูกฝังให้รักและสามัคคีกัน โดยพวกเขาจะซึมซับข้อคิดเหล่านี้ขณะที่ได้ปีนป่ายรูปปั้นยักษ์อย่างสนุกสนาน จากอเล็กซ์ เฟส เป็นต้น โดยผู้สนับสนุนแต่ละคนจะได้รับของที่ระลึกเป็นผลตอบแทนตามจำนวนยอดเงินที่ร่วมสมทบ โดยแต่ละแคมเปญก็จะมีของที่ระลึกแตกต่างกันไป

sp2-2

การระดมทุนของแต่ละกิจกรรมจะอยู่ในระหว่างช่วง 2-3 เดือน ซึ่งหากมีการระดมทุนไม่ถึง 100 เปอร์เซ็นต์ กิจกรรมนั้นจะถูกยกเลิกไป ทางผู้สนับสนุนทุกท่านจะได้รับเงินคืนผ่านระบบทางการเงินที่เชื่อถือได้

โดยหลังจากเปิดตัวเมื่อเดือนพฤศจิกายน ก็มีแคมเปญที่ได้รับการระดมทุนไปแล้ว 1 กิจกรรมคือ Into The Wind โดย โอ วิทยา x วันเดอร์ฟรุ๊ต การระดมทุนเพื่อสร้างศิลปะแบบอินเทอร์แอ็คทีฟกลางแจ้งในงานวันเดอร์ฟรุ๊ต 2015 ที่เป็นการจัดแสดงที่ค่อนข้างแปลกใหม่สำหรับวงการศิลปะในเมืองไทย

สนับสนุนทางด้านการช่วยเหลือ เน้นกิจกรรมพัฒนาสังคม
ด้วยเทรนด์อีคอมเมิร์ซในประเทศไทยที่เป็นกระแสที่กำลังมาแรง การทำธุรกรรมต่างๆ ทางอินเทอร์เน็ตก็มีความปลอดภัยสูง มีการใช้งานกันอย่างแพร่หลาย จึงมีการคาดการณ์ว่า อัตราการประสบความสำเร็จของแต่ละแคมเปญจะอยู่ประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ เงินทุนราว 1,500,000 ต่อแคมเปญ ซึ่งคาดว่าเป็นแนวโน้มที่ดี ส่วนหนึ่งนอกจากการประชาสัมพันธ์ของบรรดาศิลปินเองแล้ว ทาง Asiola ยังมีทีมมาร์เก็ตติ้งที่จะช่วยในการเผยแพร่ข้อมูลต่างๆ ให้คนทั่วไปได้รับทราบอีกด้วย

“ทางเราเองเป็นพื้นที่นำศิลปิน และคนที่สนับสนุนให้มาเจอกัน สิ่งที่ Asiola ได้แน่นอนคือ คอนเนคชั่น คนที่เข้ามาและได้รู้จักการระดมทุนแบบนี้มากขึ้น และคนกลุ่มนี้แหละที่จะมาช่วยเดินหน้าในการสนับสนุนโครงการต่อไปเรื่อยๆ อย่างตอนนี้เน้นศิลปินที่มีแฟนกลุ่มใหญ่

ในอนาคตเราจะมีการเปิดให้ศิลปินที่ไม่ได้มีคนรู้จักมากแต่มีโครงการที่ดีมานำเสนอด้วย ซึ่งผู้สนับสนุนเหล่านี้เราเชื่อว่าถ้าพบสิ่งที่ถูกใจและเป็นประโยชน์เขาก็ไม่ลังเลที่จะช่วยเหลือ และสร้างให้มันเกิดขึ้นจริง ทางส่วนรายได้ของ Asiola จะเป็นเปอร์เซ็นต์จากการระดมทุนซึ่งไม่มาก เพราะเราคิดว่าอยากให้เป็นพื้นที่ที่คนเข้ามาช่วยเหลือกันมากกว่า” มณฑล จิรา กล่าว

ระยะเวลาในการระดมทุนของแต่ละกิจกรรมจะอยู่ในระหว่างช่วง 2-3 เดือน ซึ่งหากมีการระดมทุนไม่ถึง 100 เปอร์เซ็นต์ กิจกรรมนั้นจะถูกยกเลิกไป ทางผู้สนับสนุนทุกท่านจะได้รับเงินคืนผ่านระบบทางการเงินที่เชื่อถือได้

สำหรับแผนในอนาคตของ Asiola ก็ยังเน้นในเรื่องของการแก้ปัญหา และช่วยเหลือสังคม โดยจะเปิดกว้างขึ้นให้กับบุคคลทั่วไปที่มีความคิดสร้างสรรค์ และอยู่บนพื้นฐานที่สามารถสร้างให้เกิดได้จริงๆ ซึ่งในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้จะเปิดการระดมทุนให้กับผู้ประกอบการ SMEs เพื่อเปิดโอกาสในการสร้างรายได้กับผู้มีไอเดียแต่ไม่มีทุน โดยผู้ที่ให้การสนับสนุนทุกท่านจะได้ผลตอบแทนเป็นหุ้นในธุรกิจนั้นๆ ซึ่งหวังว่าการระดมทุนแบบ Crowdfunding จะเติบโตได้อย่างดีในประเทศไทย

 

You may be interested in

Latest post from Facebook

Related Posts