แบรนด์ไทย เจาะตลาดจีนด้วย Digital Marketing อย่างไรให้ปัง

ต้องบอกว่าในช่วงนี้ทั้งแบรนด์และธุรกิจไทยต่างต้องการที่จะเข้าไปตีตลาดในประเทศจีน เพราะเป็นตลาดที่ใหญ่และคนจีนมีกำลังซื้อสูง แต่ด้วยตลาดจีนมีความโดดเด่นเฉพาะทาง จากการที่คนจีนใช้แพล็ตฟอร์มสื่อออนไลน์ของตนเอง และรองรับเฉพาะภาษาจีน ทำให้แบรนด์จากต่างประเทศที่เข้าไปทำในตลาดจีนยากขึ้น

อุปสรรคในการรุกเข้าไปในตลาดจีน

1.ตลาดจีนมีขนาดใหญ่มาก ทำให้ไม่รู้ว่าจะทำการตลาดอย่างไร

2.วัฒนธรรมของคนจีนที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้ยากต่อการสร้างแคมเปญให้เข้ากับกลุ่มลูกค้าคนจีน รวมถึงพฤติกรรมการใช้สินค้าที่ต่างกัน

3.ทุกสิ่งทุกอย่างรองรับเฉพาะภาษาจีนเท่านั้น ยากต่อการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าและการสื่อสาร

4.ผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศมักจะถูกลอกเลียนแบบสินค้าจำนวนมาก และทำการตลาดที่เร็วกว่าแบรนด์จริง

5.อีคอมเมิร์ซจีนโตมาก ค้าปลีกคิดเป็น 70 % ของตลาดในประเทศจีน ระบบโลจิสติกรวดเร็ว สั่งสินค้าเช้าได้บ่าย ทำให้แบรนด์จากต่างประเทศต้องตามให้ทัน

ธนพล ทรัพย์สมบูรณ์ ซีอีโอ แอดยิ้ม

ธนพล ทรัพย์สมบูรณ์ ซีอีโอ แอดยิ้ม กล่าวว่า จีนซึ่งเป็นประเทศคู่ค้าสำคัญอันดับ 1ของไทย แต่เจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่ยังไม่มีความรู้และความเชี่ยวชาญพอที่จะเข้าไปสร้างแบรนด์และขยายธุรกิจในประเทศจีน จำเป็นต้องพึงพาเชี่ยวชาญในการทำการตลาดในประเทศจีนโดยเฉพาะ ที่มีเครือข่ายสื่อดิจิตอลยักษ์ใหญ่ต่างๆ ในจีน ช่วยผลักดันโปรโมทธุรกิจไทยให้เป็นที่รู้จัก

โอกาสการทำตลาดในประเทศจีน สำหรับธุรกิจไทย

1 จำนวนประชากร 1,400 ล้านคน / 700 ล้านคน เข้าถึงอินเตอร์เน็ต

2 เป็นประเทศที่พัฒนาเร็วมาก คาดว่าจะแซงหน้าสหรัฐอเมริกาในอีกไม่ช้า

3 คนจีนยุคใหม่ มีทัศนคติหาเงินได้พร้อมใช้จ่าย และชอบท่องเที่ยวต่างประเทศ

4 คนจีนมีกำลังซื้อสูง จำนวน 80 ล้านคน มีฐานะร่ำรวย

5 คนจีนนิยมมาเที่ยวประเทศไทยเป็นอันดับ 1 และชื่นชอบสินค้าที่มาจากไทย

6 คนจีนเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยปี 2016 จำนวน 10 ล้านราย และใช้จ่ายมากถึง 445,000 ล้านบาท

7 คาดการณ์ว่า ในปี 2023 นักท่องเที่ยวจีนจะใช้จ่ายในไทยเติบโตเพิ่มขึ้นเป็น 829,500 ล้านบาท

เครื่องมือที่ใช้ในการทำตลาดดิจิตอลในจีนนั้น จะแตกต่างจากในบ้านเราเนื่องจากรัฐบาลจีน ได้ทำการบล็อก Digital Tools หลักๆ จากต่างประเทศเกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น Line, Google, Facebook, Youtube ทำให้ต้องทำกลยุทธ์การตลาดต่างออกไป ละเป็นรูปแบบเฉพาะในจีนเท่านั้น

โดยแบรนด์อาจจะต้องเริ่มตั้งแต่การสร้างแบรนดิ้งในจีน, การวางแผนสื่อดิจิตอล, การทำเทรนนิ่ง, การสร้างเว็บไซต์, การสร้างกระแสออนไลน์ในจีน, การซื้อ Keywordsใน Baidu, การเปิดและดูแล Official Account ของ Weibo และ Wechat, การขนส่งและการสต็อคสินค้า, การทำอี-คอมเมิร์ซ, การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ไปจนถึงการทำระบบ payment ในจีน

แพล็ตฟอร์มที่ได้รับความนิยมสำหรับทำตลาด Digital Marketing ในประเทศจีน

ที่ยกตัวอย่างมาเป็นเพียงบางส่วนเท่านั้น ยังมีอีกหลากหลายแพล็ตฟอร์อมที่ไม่ได้ถูกเอ่ยชื่อ ก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน รวมถึงกลุ่ม Influencer ที่มีอิทธิพลกับกลุ่มผู้บริโภคชาวจีนด้วย ดังนั้น ธุรกิจแต่ละประเภทจะมีกลยุทธ์ในการทำการตลาดที่ไม่เหมือนกัน ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญในการวางแผนให้ แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันในการทำการตลาดออนไลน์ในจีน คือ จะต้องมีการผสมผสาน  Digital Tools หลายๆ ตัวเข้าด้วยกันเพื่อเกิดประสิทธิภาพสูงสุด และต้องเรียนรู้ Customer Journey ของชาวจีนสำหรับสินค้าหรือบริการนั้นๆ ซึ่งแต่ละแพล็ตฟอร์มก็มีลักษณะในการสร้างคอนเทนต์ที่ต่างกันด้วย

ธนพล แนะวิธีการทำตลาดด้วย Digital Marketing ให้เติบโตในตลาดจีน

ตัวอย่างเช่น ธุรกิจท่องเที่ยว ถ้าต้องการให้คนจีน เดินทางมาพักที่โรงแรมหรือมาซื้อของฝาก จะต้องวางแผนทำให้คนจีนรู้จักตั้งแต่อยู่ประเทศจีน อาจจำเป็นจะต้องซื้อ Keywords ใน Baidu เพื่อให้คนจีนค้นหาเจอข้อมูลโรงแรมหรือสินค้าที่เป็นภาษาจีน เมื่อเดินทางมาถึงเมืองไทย ส่วนใหญ่คนจีนจะซื้อ Sim เปลี่ยน ส่ง SMS หาได้ โดยส่งโปรโมชั่นที่น่าสนใจหรือส่งข้อความต้อนรับ และในระหว่างที่อยู่ในไทย อาจจะลงโฆษณาใน WeChat หรือ Weibo และคิดกลยุทธ์ว่าจะทำยังไงให้คนจีน ช่วยโพสต์รูปโรงแรมหรือรูปสินค้าที่เค้าซื้อ เพื่อที่จะได้ Free PR  เป็นต้น

ทั้งนี้ กลุ่มธุรกิจที่จะเติบโตได้เร็วและมาแรง ได้แก่ ธุรกิจท่องเที่ยว เช่น  โรงแรม, ห้างสรรพสินค้า, สินค้าของฝาก กลุ่มธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคทุกชนิด  เช่น ครีม, เครื่องสำอาง, ยาดม, ขนม ฯลฯ เพราะดูจากสถิติคนจีนที่มาเที่ยวไทยเมื่อปีที่แล้วมีจำนวนมากถึง 10 ล้านคน และนิยมแบรนด์และสินค้าไทยเพราะเชื่อมั่นในคุณภาพ

ความร่วมมือเปิดบริษัท AVG Thailand ระหว่าง AVG บริษัทดิจิตอลมาร์เก็ตติ้งในจีน และ แอดยิ้ม บริษัทดิจิตอล มาร์เก็ตติ้ง โซลูชั่น

ทั้งนี้ มีบริษัทที่เข้ามาช่วยแบรนด์ไทยเจาะตลาดจีนได้ง่ายขึ้น อย่าง AVG Thailand ที่ร่วมมือระหว่าง AVG บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิตอลมาร์เก็ตติ้งในจีน และ แอดยิ้ม บริษัทดิจิตอล มาร์เก็ตติ้ง โซลูชั่น มีจุดเด่นนอกเหนือจากความเป็นผู้เชี่ยวชาญดิจิตอล มาร์เก็ตติ้งในจีนแล้ว ยังเป็น Authorized Partner กับสื่อดิจิตอลยักษ์ใหญ่ทั้งหมดในจีน อย่าง Weibo, Wechat, Baidu, Alibaba และมีเครือข่ายอินฟลูเอนเซอร์ขนาดใหญ่ที่จะช่วยโปรโมทธุรกิจในจีน ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยเจาะตลาดจีนสำหรับแบรนด์ไทยได้ง่ายยิ่งขึ้น

ไม่เพียงเท่านี้ ในไม่ช้านี้จีนกำลังสร้างรถไฟความเร็วสูงที่จะครอบคลุมโซนเศรษฐกิจทั้งหมดทำให้ต้นทุนการขนส่งลดลง การคมนาคมขนส่งระหว่างไทย-จีนจะสะดวกขึ้น รวมถึง Tmall และอาลีบาบา แพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ จะเป็นช่องทางการซื้อขายที่สะดวกและแพร่หลายสำหรับการนำสินค้าจากไทยไปสู่ตลาดจีน เป็นการเปิดโอกาสให้แบรนด์ไทยมียอดขายปังยังแดนมังกร

You may be interested in

Latest post from Facebook

Related Posts

กระแสนิยม O2O จากจีน สู่การเปลี่ยนแปลงตลาดออนไลน์ในไทย

ETDA ได้คาดการณ์ว่า ปี 61 ประเทศไทย การค้าในรูปแบบ E-Commerce ในปัจจุบัน จะเติบโตถึง 3 ล้านล้านบาท ซึ่งหลาย ๆ คนคิดว่าเป็นการทำธุรกิจในรูปแบบใหม่ในปัจจุบัน แต่ตอนนี้...