ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา อาลีบาบา กรุ๊ป จัดงานสำคัญถึง 3 งาน ณ สำนักงานใหญ่ ในนคร หังโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งแต่ละงานก็มุ่งเน้นให้ความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้เข้าร่วมงาน โดยมีสรุปหัวใจสำคัญของแต่ละงานดังนี้
1.“เถาเป่า เมกเกอร์ เฟสติวัล” ครั้งที่2 ตลาดความคิดสร้างสรรค์ของผู้ค้าบนแพลตฟอร์ม
หลังจากประสบความสำเร็จไปแล้วในการจัดงานครั้งแรก ด้วยงานออกแบบที่มีเอกลักษณ์ สินค้านำเทรนด์ ที่เกิดจากความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ในจีน จึงได้เกิดงาน เถาเป่า เมกเกอร์ เฟสติวัล ครั้งที่ 2 ภายใต้ธีม Magical Bazaar มีผู้ประกอบการเข้าร่วมกว่า 108 รายแบ่งออกเป็น 4 โซนใหญ่ ที่เป็นตัวแทนทางด้านวัฒนธรรม วิถีชีวิต และการออกแบบ ซึ่งทุดโซนจะมีการจัดแสดงสินค้าจากฝีมือคนดังในประเทศจีน และผลิตภัณฑ์ที่จุดประกายมาจากทีวีออนไลน์ รวมถึงตัวละครยอดนิยมต่างๆ
โดยร้านค้าที่เข้าร่วมงานมีการจัดกิจกรรม Workshop ให้ผู้สนใจได้สัมผัสกระบวนการผลิตสินค้าด้วยตัวเอง และยังมีโอกาสได้ก้าวขึ้นสู่เวทีใหญ่กลางงานเพื่อนำเสนอแนวคิดและสินค้าให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น ซึ่งกิจกรรมต่างๆ ในงานก็มีการถ่ายทอดสดผ่านทางแอพฯ เถาเป่าด้วย
ซึ่งไฮไลท์ในงานครั้งนี้ ได้แก่ร้านค้าแห่งอนาคต เถา คาเฟ่ ที่ผสานนวัตกรรมด้านปัญญาประดิษฐ์และการวิเคราะห์ข้อมูลของอาลีบาบาเข้าด้วยกัน เพื่อให้ลูกค้าสามารถทดลองเลือกซื้อสินค้าได้ โดยไม่ต้องเข้าคิวชำระเงินเหมือนร้านค้าทั่วไป
2.แลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ และสัมมนาในหัวข้อ “ผู้หญิงในโลกธุรกิจ”
สำหรับงานสัมมนา “Global Conference on Woman an Entrepreneurship” อาลีบาบาแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของผู้หญิงที่มีต่อโลกของธุรกิจ โดยแจ็ค หม่า ได้เปิดเผยว่าพลังของผู้หญิงคือสูตรลับที่ทำให้อาลีบาบา
เติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งในตลอดระยะเวลาการสัมมนา 2 วันของงาน มุ่งเน้นให้ผู้หญิงยุคใหม่ได้เรียนรู้ประสบการณ์จากเรื่องราวความสำเร็จ ที่ถ่ายทอดโดยผู้หญิงระดับแถวหน้า เพื่อก้าวเดินสู่ความสำเร็จในยุคของผู้หญิง หรือที่อาลีบาบาเรียกว่า “SHE·ERA”
ภายในงานได้รับเกียรติจากแขกรับเชิญคนสำคัญระดับโลก ประกอบด้วย ลักษมี ปูริ ผู้ช่วยเลขาธิการสหประชาชาติ จิม ยอง คิม ประธานธนาคารโลก จัสติน ทรูโด นายกรัฐมนตรีแคนาดา เวร่า แวง แฟชั่นดีไซเนอร์ระดับโลก และผู้บรรยายสุภาพสตรีอีกกว่า 30 คน ที่ล้วนประสบความสำเร็จในการผสมผสานหน้าที่การงาน ความรับผิดชอบต่อสังคม และบทบาทในครอบครัว ร่วมแบ่งปันเรื่องราวภายใต้หัวข้อต่างๆ อาทิ มุมมองเกี่ยวกับผู้หญิงในฐานะเจ้าของธุรกิจ ไปจนถึงช่องว่างทางเศรษฐกิจระหว่างหญิง-ชาย
3.แนะนำ SMEs ปรับตัวรับเทรนด์ใหม่“Made in Internet”
ธุรกิจอีคอมเมิร์ซมีมูลค่าคิดเป็นอัตราส่วน 15% ของตลาดค้าปลีกทั้งหมดในประเทศจีน อาลีบาบาต้องการมุ่งเป้าไปที่การเสริมศักยภาพให้กับตลาดค้าปลีกออฟไลน์อีก85% ที่เหลืออยู่ด้วยเทคโนโลยีในโลกดิจิทัล ทั้งนี้ก็เห็นว่าธุรกิจขนาดย่อมเอง ควรหันมาใช้อินเตอร์เน็ตและนวัตกรรมบิ๊กดาต้า เพื่อยกระดับระบบโลจิสติกส์ การเงิน และการประสานงานกับทั้งลูกค้าและคู่ค้า จนนำไปสู่การปรับรูปแบบธุรกิจให้เข้ากับโลกยุคใหม่ที่ไร้พรมแดน ในนิยามใหม่ว่า Made in Internet ด้วยเช่นกัน
ในอนาคตอินเตอร์เน็ต บิ๊กดาต้า คลาวด์ และปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะพัฒนาศักยภาพไปอย่างรวดเร็ว จนทำให้ผู้บริโภคหรือธุรกิจขนาดเล็กอาจกลายเป็นผู้กำหนดปัจจัยในการผลิตสินค้า หรือแม้แต่แนวคิดการออกแบบผลิตภัณฑ์แทนภาคอุตสาหกรรม ภายใต้โมเดลธุรกิจแบบ C2B (consumer-to-business) ที่ขับเคลื่อนด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลจากลูกค้า ซึ่งอาจจะมีการออกแบบในประเทศสหรัฐฯ ไปสู่สายการผลิตที่เยอรมนี ประกอบในจีน และส่งขายไปทั่วโลกก็เป็นได้
แจ็ค หม่า ประธานบริหาร อาลีบาบา กรุ๊ป กล่าวว่า ต้องการสนับสนุนธุรกิจ SMEs ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค ให้สามารถซื้อขาย ชำระเงิน และรับส่งสินค้าไห้จากทุกที่ทั่วโลก พร้อมเผยถึงรายละเอียดของกลยุทธ์ “Five News” ที่ครอบคลุมแนวคิดใหม่ทั้งในด้านธุรกิจค้าปลีก ภาคการผลิต การเงิน เทคโนโลยี และพลังงาน ในอนาคต ตลาดค้าปลีกจะผสมผสานโลกออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกัน ในขณะที่ภาคการผลิตจะปรับสู่โมเดล C2B ส่วนภาคการเงินจะเปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถเข้าถึงเงินทุนได้อย่างเท่าเทียมกัน ควบคู่ไปกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะเสริมศักยภาพให้ผู้ประกอบการสามารถคว้าโอกาสทางธุรกิจไว้ได้ด้วยบิ๊กดาต้าและคลาวด์