วงการค้าปลีก ไม่ว่าจะขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ จากเดิมที่มีการแข่งขันสูงอยู่แล้ว กลับต้องเปลี่ยนให้ทันกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เริ่มนิยมหันไปซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น หากแต่ยังต้องเจอกับคู่แข่ง E-Commerce ประกอบกับการพัฒนาของเทคโนโลยีเกิดการซื้อขายช่องทางใหม่ๆ ขึ้นมาจำนวนมาก
ไม่แปลกที่ร้านค้าปลีกยักษ์ใหญ่หลายรายในประเทศไทยกำลังปรับตัวเข้ากับกระแส Digital Disruption โดยทาง Tesco Lotus เริ่มต้นปีนี้ด้วยการมองว่าธุรกิจค้าปลีกนอกจากมีความสำคัญต่อการใช้ชีวิตประจำวันของผู้บริโภคและประชาชน ยังเชื่อมต่อธุรกิจอื่นไม่ว่าจะเป็น ธุรกิจอาหาร เกษตร การเงิน การขนส่ง ฯลฯ เพราะทำหน้าที่เป็นช่องทางการซื้อขาย และ touch point ที่สำคัญ จึงคิดแผนที่จะการพัฒนาธุรกิจค้าปลีกให้สามารถก้าวไปสู่ ค้าปลีก 4.0 ด้วยนวัตกรรม
ที่ผ่านมา เทสโก้ โลตัส ได้นำนวัตกรรมมาเพื่อใช้ในการพัฒนาการให้บริการลูกค้าอยู่เสมอ อย่างการพัฒนาโซลูชั่นที่ช่วยส่งเสริมโปรโมชั่นในร้าน การสื่อสารกับลูกค้า และการปรับปรุงประสิทธิภาพของธุรกิจ ต่อจากนี้จะใช้หลักความร่วมมือ (partnership) เป็นกลยุทธ์สำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรม ดึงจุดแข็งของแต่ละภาคส่วนสร้างสรรค์โซลูชั่นที่สามารถตอบโจทย์ธุรกิจค้าปลีก
รับกับ 5 เทรนด์ นวัตกรรมที่ถูกผลักดันให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคยุคดิจิทัล ได้แก่ 1 ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น 2 ความใส่ใจสุขภาพ 3 โครงสร้างครอบครัวเล็กลง และกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ 4 ความสะดวกสบายและประสบการณ์ที่ดี และ 5 ความยั่งยืน เป็นเทรนด์ใหญ่ที่หลายองค์กรทั่วโลกให้ความสำคัญ
สิ่งที่เทสโก้ โลตัส ทำต่อโดยการสร้างโปรเจกต์ “เทสโก้ โลตัส แฮกกาธอน 2018” ที่ทำในประเทศอังกฤษเป็นที่แรกนำมาสร้างในประเทศไทย เปิดโอกาสให้คนจากวงการต่าง ๆ ทั้งนิสิต นักศึกษา สตาร์ทอัพ คนในองค์กรเทสโก้ฯ เอง จะมาเดี่ยวหรือทีมก็ได้ ให้มาร่วมคิดค้นหาไอเดียที่ตอบโจทย์ธุรกิจ Retail4.0
ถือเป็นความเคลื่อนไหวในวงการค้าปลีกไทย ที่การคิดค้นจากภายในองค์กรเองก็อาจไม่ทัน จำเป็นต้องมองหาไอเดียใหม่ โดยหวังเร่ง โลตัส เอ็กซเพรส ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ เปลี่ยนรูปแบบสโตร์เพื่อก้าวให้ทันต่อความต้องการของผู้บริโภคที่คาดหวังกับคำว่า“ประสบการณ์การช้อปปิ้ง” (Shopping Experiences)
ปัจจุบันเทสโก้ โลตัส มีสาขาเอ็กซ์เพรสไซส์เล็กอยู่ที่ 1,500 สาขา โดยเฉลี่ยมียอดการซื้อสินค้าที่ร้านมากกว่า 415 ล้านครั้งต่อปี โดยปี 2560 เปิดใหม่รวมกว่า 100 สาขา ซึ่งในปีนี้ยังคงเปิดสาขาเพิ่มร่วมกับช่องทางออนไลน์ อย่างบริการเทสโก้ นาว (Tesco Now) สั่งซื้อสินค้าและรับภายในเวลา 1 ชั่วโมง รวมถึง การทำ Tesco Magazine ออนไลน์ ให้ข้อมูลสินค้า และให้ลูกค้าเลือกซื้อสินค้าได้ทันที ผ่านระบบอินเทอร์แอคทีฟ สู่การซื้อขายในรูปแบบ Omni Channel
ผลพวงที่ตามมาในโครงการนี้ นอกจากจะเป็นประโยชน์กับผู้บริโภคและธุรกิจเทสโก้ โลตัสแล้ว ยังสามารถนำไปต่อยอดสู่ร้านค้าขนาดเล็กในชุมชนรายอื่นๆ ซึ่งจะมีส่วนช่วยในการยกระดับธุรกิจค้าปลีกโดยรวมของประเทศไทย ให้สามารถเป็นค้าปลีก 4.0 ได้อย่างเต็มตัว
เทสโก้ โลตัส แฮกกาธอน 2018 เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2561 จนถึงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561 จากนั้นในวันที่ 3 มีนาคม 2561 จะอบรมเรียนรู้เกี่ยวกับธุรกิจของเทสโก้ โลตัส กำหนดแข่งขันในวันที่ 16-18 มีนาคม ใช้เวลาแข่งขันทั้งสิ้น 48 ชั่วโมง ผู้ชนะได้รางวัลมูลค่า 400,000 บาท ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ ลอนดอน ดูงานที่เทสโก้ แล็บ และมีรางวัลเงินสดสำหรับทีมที่ได้รับการไอเดียในประเภทต่าง ๆ รวมมูลค่ารางวัล 450,000 บาท