เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุไฟฟ้าดับเป็นบริเวณกว้าง ณ South Australia ประเทศออสเตรเลีย โดยมีสาเหตุเกิดจากพายุขนาดใหญ่ที่พัดทำลายสายไฟฟ้าแรงสูงอย่างต่อเนื่อง จนทำให้รัฐบาลไม่สามารถส่งผ่านกระแสไฟฟ้าไปยังบ้านเรือนเกือบหมื่นหลังคาเรือนเป็นเวลาหลายวัน
ซึ่งเหตุการณ์นี้ส่งผลให้ความต้องการพลังงานทางเลือกของเหล่าผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ภัยพิบัติพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ โดยบริษัท Off-Grid Energy Australiaซึ่งเป็นผู้ให้บริการพลังงานทางเลือกในประเทศออสเตรเลียได้เปิดเผยว่า พวกเขาได้รับเคสการติดต่อสอบถามเกี่ยวกับการติดตั้งแบตเตอรี่ Tesla Powerwall สำหรับใช้งานในครัวเรือนเข้ามามากกว่าปกติถึง 30 เท่าภายหลังจากเหตุการณ์นี้ ซึ่งตัว Tesla Powerwall นั้น ถือเป็นแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่ออกแบบมารองรับการใช้งานสำหรับบ้านทั้งหลัง ใช้การติดตั้งคู่กับแผงโซลาร์เซลล์เพื่อชาร์จไฟเก็บไว้ในเวลากลางวัน และนำพลังงานมาใช้ในช่วงกลางคืน จึงทำให้แทบจะไม่ต้องใช้ไฟฟ้าจากเครือข่ายปกติเลย โดยหากบ้านใดใช้ไฟเยอะเป็นพิเศษก็สามารถขยายจำนวนแบตเตอรี่ได้โดยง่าย ควบคุมโดยระบบที่ช่วยคำนวนและรายงานสถานะการใช้งานต่างๆ ผ่านแอพฯ ได้ทันที
นอกจากนั้นล่าสุดเองทาง Tesla ก็ได้เปิดตัวแบตเตอรี่สำหรับบ้านรุ่นใหม่ที่อัปเกรดจากของเดิมโดยใช้ชื่อว่า Tesla Powerwall 2 ที่เน้นเรื่องดีไซน์บางเบาแต่ความจุพลังไฟเยอะขึ้นกว่าเดิมเกือบ 2 เท่า พร้อมทั้งออกแบบหลังคาบ้านที่ผสานโซลาร์เซลล์ไว้ด้วยกันในชื่อ Solar Roof ที่ซึ่งมองจากพื้นจะเห็นเป็นหลังคากระเบื้องปกติ แต่ภายในเป็นแผงโซล่าร์เซลล์ประสิทธิภาพสูง ทำให้ตัวบ้านมีความคุ้นเคยต่อชุมชนมากยิ่งขึ้น ซึ่งน่าจะเป็นแนวโน้มที่ช่วยกระตุ้นความต้องการของผู้ใช้ในการติดตั้งระบบนี้ได้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิมไปอีก โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในพื้นที่เสี่ยงต่อภัยพิบัติต่างๆ