การบริหารและการพัฒนาองค์กรถือเป็นปัจจัยสำคัญในการดำเนินงานให้เป็นผลสำเร็จ ผู้บริหารยุคปัจจุบันต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่หลากหลาย ท้าทาย และเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก ต้องทำงานโดยมุ่งเน้นแก้ปัญหาที่ซับซ้อนตลอดเวลา ต้องพบกับการแข่งขัน ต้องปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับต่างๆ ทำให้นับวันงานบริหารจะยิ่งยุ่งยากมากขึ้น ดับเบิ้ล ไพน์ เป็นหนึ่งในบริษัทที่ให้ความสำคัญในส่วนของการพัฒนาองค์กร และได้ปรับปรุงระบบบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง
ผู้พัฒนาและให้บริการโปรแกรมสำเร็จรูป ที่มากด้วยประสบการณ์
ดร. เศวตนันท์ ประยูรรัตน์ ประธานที่ปรึกษา บริษัท ดับเบิ้ล ไพน์ จำกัด กล่าวว่า บริษัทเป็นผู้พัฒนาและให้บริการผลิตภัณฑ์โปรแกรมสำเร็จรูปมาอย่างต่อเนื่องกว่า 23 ปี และได้จับมือกับลูกค้ามามากกว่า 3,000 ราย ในทุกขนาด เป็นผู้ริเริ่มสร้างสรรค์ทุกองค์ประกอบและความสามารถของโปรแกรม โดยแรกเริ่มได้นำความต้องการและปัญหาของลูกค้ามาประกอบกับการวิเคราะห์และมุมมองของทีมพัฒนาเพื่อโปรแกรมที่มีความสมบูรณ์ ตอบรับความต้องการของตลาดซอฟต์แวร์ประเทศไทยได้อย่างแท้จริง
“เราเป็นคนไทยที่ผลิตโปรแกรมระบบบริหารจัดการและระบบบัญชีครบวงจรสำเร็จรูปเป็นธุรกิจหลัก มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในวงการทั้งด้านผลิตภัณฑ์ การบริการเอาใจใส่ลูกค้าเสมือนเพื่อนคู่คิดและที่ปรึกษา ผลิตภัณฑ์ได้รับการออกแบบ วิเคราะห์ และพัฒนาอย่างใส่ใจ ทำงานได้จริง มีมาตรฐานสูง มีบริการครบวงจรแบบ One-Stop-Service ทั้งด้าน Software, Knowledge Transfer, Management Coaching, Consulting Service, Implementation, Seminar และ Hardware-Network”
ชุดโปรแกรมที่ตอบโจทย์ความต้องการ ขององค์กรอย่างครอบคลุม
DPineSuite แบ่งงานออกเป็น 28 ระบบย่อยตามหลักสากล ซึ่งทุกระบบเชื่อมโยงและต่อเนื่องกัน ข้อมูลโยงกันโดยอัตโนมัติ โดยเป็น 3-Tier แอพพลิเคชั่น ระบบที่ผู้ใช้ทำงานจะเป็นแอพฯ ที่ติดตั้งและทำงานบนระบบวินโดวส์ในเครื่องลูกข่าย (1st Tier – Client) สำหรับการคำนวณและจัดการนั้นจะมีโปรแกรมทำงานอยู่ที่เครื่องแม่ข่าย (2nd Tier – Service Provider) และในส่วนที่สามเป็นระบบการจัดการฐานข้อมูล (3rd Tier – Database Server) ซึ่ง DPineSuite เลือกใช้ SQL/Server จึงทำให้สามารถทำงานเป็นระบบ Cloud หรือ Remote Server หรือ Local Server ก็ได้ อีกทั้งยังรองรับการทำงานสองภาษา ไทย-อังกฤษ
DPineSuite รวบรวมหลักการและทฤษฎีที่ได้รับการยอมรับในด้านต่างๆ แปลงเป็นกระบวนการและขั้นตอนปฏิบัติที่จะช่วยให้สามารถบริหารจัดการงานต่างๆ ได้อย่างราบรื่น รวดเร็วและถูกต้อง เป็นระบบงานที่ปฏิบัติได้จริง ลึกในเชิงวิชาการ ถูกต้องตามระเบียบปฏิบัติและกฎหมาย สร้างระบบทำงานและการเรียนรู้ โดยแบ่งงานตามบทบาทภาระหน้าที่และมีระบบรายงานแบ่งออกเป็น 3 ระดับ คือ 1) ระดับปฏิบัติหรืองานรายบุคคล 2) ระดับควบคุมติดตามและโครงการสำหรับผู้บริหารระดับกลาง และ 3) ระดับบริหารองค์กรและวิเคราะห์ภาพรวมสำหรับผู้บริหารระดับสูง
![]() |
ฉบับที่ 200 เดือนสิงหาคมชำระเงินผ่านแอพฯ แชต รับตลาดโมบายล์ |
“แกนความคิดของ DPineSuite ใช้หลักการ DMOT ที่พัฒนาขึ้นเอง ประกอบไปด้วย Design งานออกแบบรูปลักษณ์โปรแกรมเพื่อการใช้งานสำหรับยุคดิจิตอล ใช้งานง่ายด้วยภาพและแผนภูมิในการแสดงสรุปผลรายงานการประเมิน สีสันดึงดูด ทันสมัย Management ให้ข้อมูลที่สำคัญและจำเป็นต้องช่วยในการตัดสินใจ แสดงภาพรวมหรือแยกวิเคราะห์ในประเด็นที่ต้องการ ช่วยให้การทำงานของผู้บริหารมีประสิทธิภาพ ได้ผลทันที Operation ทำงานได้รวดเร็ว บันทึกครั้งเดียวเชื่อมโยงทุกระบบที่เกี่ยวข้อง มีความปลอดภัย มีระบบควบคุมลำดับขั้นตอนการทำงานและการอนุมัติ และ Technology สามารถทำงานที่ใดก็ได้เพราะระบบฐานข้อมูลถูกจัดเก็บไว้บนคลาวด์ ทำงานได้รวดเร็วผ่านการแยกระบบคำนวณ 3-Tier เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด สามารถทำงานบนแอพพลิเคชั่นกับดีไวซ์พกพาได้”
ระบบบริหารกลยุทธ์ ระบบบริหารทุนมนุษย์ 2 ฟีเจอร์เด่น บริหารงานและคนอย่างเป็นระบบ
ระบบบริหารกลยุทธ์ (Strategic Management) ช่วยให้มองเห็นภาพรวมขององค์กรที่แท้จริง จากความสำเร็จในระดับกลยุทธ์จนถึงกิจกรรม ผลผลิต และผลสัมฤทธิ์รายบุคคล สามารถติดตามหรือวางแผนการแก้ไข ป้องกัน และขจัดอุปสรรคที่อาจจะเกิดขึ้น ช่วยในการตรวจสอบและสรุปรวมประเด็นสำคัญในการบริหารองค์กร ไม่ว่าจะเป็นรายได้ ค่าใช้จ่าย งบประมาณ ประสิทธิภาพ หรือผลผลิต อีกทั้งวิธีการให้เกณฑ์น้ำหนักความสำคัญต่อกลยุทธ์ แผนงาน โครงการ จนถึงกิจกรรม จะช่วยให้ผู้บริหารและทุกคนในองค์กรสามารถจัดลำดับการทำงานและทรัพยากรของงานต่างๆ ได้
ในด้านการบริหารบุคลากรถือเป็นเรื่องที่สำคัญในปัจจุบัน และจะเพิ่มความสำคัญมากขึ้นในอนาคต โดยผลผลิตและนวัตกรรมต่างเกิดขึ้นจากพนักงานขององค์กรที่มีความสามารถ จึงจำเป็นต้องพัฒนาสร้างคนให้เก่งและให้รับผิดชอบงานที่เหมาะสม กระแสการบริหารได้เปลี่ยนไปเป็นการบริหารจัดการคนให้เป็นทุน เพราะทุนที่เกิดจากพนักงานที่ได้รับการพัฒนาอย่างถูกต้องนี้ สามารถทำให้เกิดประโยชน์แก่องค์กรได้มากมาย โดยการบริหารทุนมนุษย์ (Human Capital Management) นี้เป็นการวิเคราะห์คนตามคุณค่า (Value) และการเพิ่มคุณค่าของคนด้วยการลงทุน ซึ่งจะปรับให้องค์กรต่างๆ เริ่มประเมินสมรรถนะของพนักงานแต่ละคนอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาขีดความสามารถและสร้างคนให้ทำงานในตำแหน่งได้อย่างแท้จริง แต่การวิเคราะห์และติดตามการประเมินผลนั้นไม่สามารถทำได้ด้วยกระดาษหรือโปรแกรมในคอมพิวเตอร์ทั่วไป
“ระบบบริหารทุนมนุษย์ เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่สำคัญและจำเป็นต่อระบบบริหารทุนมนุษย์อย่างยิ่ง เพราะระบบใช้หลักคิดการวิเคราะห์คุณค่าคนและความต้องการตามตำแหน่งงานออกเป็นทักษะ (Skill) องค์ความรู้ (Knowledge) และสมรรถนะเชิงพฤติกรรม (Competency) ทำให้เมื่อใช้ระบบบริหารทุนมนุษย์ การพัฒนาคนจึงเป็นเรื่องง่าย อัตโนมัติ และทำให้องค์กรมองเห็นสมรรถนะโดยรวมเพื่อทำไปวิเคราะห์ต่อได้อย่างรวดเร็ว”