ในยุคดิจิทัลที่ทำให้หลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไป ธุรกิจต่างๆ ก็ต้องมีการปรับตัวไปตามเทรนด์และพฤติกรรมของผู้บริโภค ซึ่งบริษัท เนกซ์คัฟเวอร์ จำกัด ก็ได้เปิดตัวแพลตฟอร์ม Digital Content Reach Solutions ที่เป็นเครื่องมือใหม่ล่าสุด สำหรับธุรกิจ Content Publishing อาทิ Magazine, Blog และผู้ผลิตคอนเทนต์รูปแบบอื่นๆ ที่จะช่วยยกระดับประสบการณ์การรับชมของผู้อ่าน เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในยุคดิจิทัลได้อย่างสมบูรณ์แบบในทุกช่องทาง ทั้ง Social Site, Website, Portal Site และ Mobile Application เน้นกลยุทธ์รูปแบบการนำเสนอที่เรียบหรูระดับพรีเมี่ยม รวดเร็ว และง่ายกว่าที่เป็นอยู่
หวังเป็นตัวกลางอุตสาหกรรม Printing Publisher เปลี่ยนผ่านเข้าสู่ดิจิทัลอย่างแท้จริง
กิตติชัย จิรสุขานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เนกซ์คัฟเวอร์ จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันการสื่อสารการตลาดดิจิทัลและพฤติกรรมของผู้บริโภคได้เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง สื่อดิจิทัลกลายเป็นสิ่งแรกที่ทั้งผู้บริโภคเริ่มต้นในการเสพข้อมูล ทั้งผู้ผลิตคอนเทนต์ นักการตลาดและเอเยนซี่ จึงให้ความสำคัญต่อสื่อดิจิทัลอย่างมาก ดังจะเห็นได้จากเทรนด์การใช้งบประมาณในปี 2558 ที่ผ่านมา ทะลุ 1 หมื่นล้านบาท และยังคงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระแสโมบายล์ดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในบางเซ็กเมนต์มีการเสพข้อมูลผ่านโมบายล์มากถึง 80 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับช่องทางอื่น หลายแบรนด์ใหญ่ถึงกับออกนโยบาย Mobile First
ปัจจัยที่กล่าวมาเหล่านี้ ส่งผลโดยตรงกับธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ โดยเฉพาะสื่อนิตยสารทั่วโลกที่ทยอยปิดตัวหรือเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจ และสำหรับในประเทศไทยย้อนหลังกลับไป 2-3 ปี เม็ดเงินโฆษณาถูกดึงไปลงในสื่อดิจิทัลแทนที่เฉลี่ยลดลงปีละ 10-15 เปอร์เซ็นต์ หรือคิดเป็น 600-800 ล้านบาทต่อปี จากเดิมที่เคยมีฐานอยู่ราว 4,500 ล้านบาท เมื่อปี 2557 และในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมานิตยสารไทยชื่อดังหลายๆ เล่มทยอยกันปิดตัว โดยเฉพาะนิตยสารกลุ่มบันเทิงและนิตยสารสำหรับผู้หญิง
“เนกซ์คัฟเวอร์ เห็นโอกาสทางธุรกิจจากตรงนั้น โดยต้องการเข้ามาเป็นตัวกลางในการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรม Printing & Publishing Content โดยให้สำนักพิมพ์และเจ้าของคอนเทนต์ใช้แพลตฟอร์มของเนกซ์คัฟเวอร์เป็นตัวขับเคลื่อน พร้อมกับเปลี่ยนแปลงโมเดลธุรกิจให้เหมาะสม ผนวกกลุ่มความร่วมมือของผู้ประกอบการเข้าด้วยกันเพื่อหวังที่จะพลิกธุรกิจนี้ให้กลับมาเติบโตอีกครั้ง”
ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ อ่านฟรีได้จากทุกดีไวซ์
ภายใต้โมเดลธุรกิจของแพลตฟอร์มดังกล่าว คือเนกซ์คัฟเวอร์ชวนให้ Publisher เลิกยึดติดกับรูปแบบการทำธุรกิจกับผู้อ่านเพียงอย่างเดียว ด้วยการนำเสนอคอนเทนต์คุณภาพให้อ่านฟรี เพื่อเพิ่มฐานของลูกค้าหรือผู้ติดตามให้กว้างขึ้น แล้วใช้จุดแข็งในแง่ของความนิยมและจุดยืนของแบรนด์ ความรู้ลึกรู้จริงในด้านนั้นๆ มาสร้างผู้ติดตามที่มีคุณภาพ รสนิยมและมีกำลังซื้อ เพื่อทำธุรกิจกับเจ้าของแบรนด์สินค้าแทน โดยคอนเทนต์เหล่านั้นจะถูกเสิร์ฟถึงผู้อ่านอย่างทั่วถึง ภาพลักษณ์ดีและมีคุณภาพกว่าเคยด้วยแพลตฟอร์ม Next Cover
![]() |
ฉบับที่ 207 เดือนมีนาคมแพลตฟอร์มต่อไปของอีคอมเมิร์ซ |
ในด้านของผู้ผลิตคอนเทนต์ (Content Provider) สามารถเข้าถึงผู้บริโภคที่ชื่นชอบในแบรนด์และสไตล์ของตนได้กว้างขวางขึ้น เข้าถึงกลุ่มใหม่ๆ และสะท้อนภาพลักษณ์บนช่องทางดิจิทัลอย่างไม่เคยทำได้ระดับนี้มาก่อน มีระบบบริหารจัดการคอนเทนต์ที่ง่ายและสะดวก ลดค่าใช้จ่ายด้าน Web Hosting ที่สำคัญมีรายได้จากส่วนแบ่งการขายโฆษณา ส่วนในด้านของแบรนด์สินค้าผู้ลงโฆษณา (Advertiser) และ Advertising-Media Agency แพลตฟอร์ม Next Cover จะเป็นตัวกลางรวมคอนเทนต์คุณภาพ และมีการนำเสนอโฆษณาแบบมีคุณภาพ เลือกกลุ่มเป้าหมายและวัดผลได้ และเป็นแพลตฟอร์มเดียวในตลาดที่สะท้อนภาพลักษณ์ของทั้งแบรนด์เนื้อหาและแบรนด์สินค้าได้ดีที่สุดในระบบดิจิทัล ซึ่ง Next Cover พบว่าปัจจุบันแบรนด์สินค้า Luxury และ Inter Brand ต่างๆ เริ่มมีนโยบายที่มาร์เก็ตติ้งจะต้องสื่อสารการตลาดผ่านช่องทางดิจิทัลตามสัดส่วนที่บริษัทกำหนดไว้ แต่ปัญหาของตลาดคือ ไม่มีแพลตฟอร์มใดที่สะท้อนภาพลักษณ์ของสินค้าและแบรนด์ได้ดี ซึ่ง Next Cover สามารถตอบโจทย์นี้ได้
“สรุปว่า Next Cover คือ Digital Content Reach Solutions ที่เป็นเครื่องมือใหม่สำหรับ Content Business ที่ให้ประโยชน์ผู้บริโภค ช่วยผู้ผลิตคอนเทนต์ ตอบโจทย์อุตสาหกรรมโฆษณา”
ยกระรับการรับชมคอนเทนต์ จาก Publisher ชั้นนำ
ในด้านการตอบรับจากตลาด กิตติชัย กล่าวเสริมอีกว่า แพลตฟอร์ม Next Cover ได้รับการตอบรับที่ดีตั้งแต่ยังไม่ได้เปิดตัว อาจเป็นเพราะแพลตฟอร์มนี้มีจุดที่ตอบโจทย์ทุกฝ่ายและถึงเวลาต้องปรับเปลี่ยนพอดี ซึ่งปัจจุบันมีนิตยสารชั้นนำทั้งของไทยและต่างประเทศเข้าร่วมเป็นพาร์ตเนอร์มากขึ้นเรื่อยๆ โดยได้เริ่มดำเนินการไปบ้างแล้ว อาทิ Maxim, Attitude, Madame Figaro, IN Magazine, Herworld, GM Live, GM Car, 247 City Magazine, Harper’s Bazaar, Living ETC, Lonely Plannet, HAIR, National Geographic, Alure และ Food Stylist เป็นต้น รวมถึง Content Provider ประเภทอื่นที่ไม่ใช่นิตยสารก็อยู่ในระหว่างพัฒนาคอนเทนต์ด้วยแพลตฟอร์ม Next Cover เช่นกัน
ที่ผ่านมาหลังจากเข้าร่วมกับ Next Cover แล้ว เจ้าของคอนเทนต์มียอดเข้าชมเพิ่มขึ้นจากเดิม 10-18 เท่า และผู้อ่านใช้เวลาอยู่กับเนื้อหาเพิ่มขึ้นมากกว่า 3-6 เท่า เทียบจาก Online Site แบบเดิม และไม่ใช่เพียงเนื้อหาแต่หมายถึงโฆษณาด้วย ซึ่งสร้างความพอใจให้แก่เจ้าของคอนเทนต์ และในเชิงจุดยืนทางการตลาดแล้ว Next Cover จะเน้นในส่วนของเซ็กเมนต์ระดับพรีเมี่ยม จับกลุ่มผู้มีการศึกษา มีรสนิยม ทันสมัยและให้ความสำคัญกับไลฟ์สไตล์ โดยปัจจุบันมียอดเข้าชมราว 10 ล้านเพจวิวต่อเดือน และตั้งเป้าให้ได้ 40 ล้านเพจวิวต่อเดือนในอีก 6 เดือนข้างหน้า ซึ่งถือได้ว่า Next Cover เป็นพรีเมี่ยมคอนเทนต์แพลตฟอร์มอันดับหนึ่ง
ทั้งนี้ มาตรฐานใหม่ของ Digital Advertising เน้นการวัดผลทั้งความถูกต้องแม่นยำของจำนวนการแสดง Ads และ Effective ของ Ads (CTR) โดยเริ่มมีการใช้ 3th Party Ads Serve, Ads Score มาวัดผล ซึ่ง Next Cover ได้รองรับมาตรฐาน 3th Ads Serve จาก Google (Double Click for Publisher) อีกด้วย