เฟซบุ๊กถูกประยุกต์จากสังคมออนไลน์เป็นพื้นที่เพื่อการสร้างธุรกิจ และมีแนวโน้มไปในทางที่ดี ทางเฟซบุ๊กจึงมีการจัดเครื่องมือใหม่เพื่อเอาใจผู้ซื้อผู้ขายด้วยการเปิดใช้ส่วนร้านค้า (Shop Section) ที่จะเข้ามาทำให้ธุรกิจขับเคลื่อนไปได้ง่ายยิ่งขึ้น
จำนวนผู้ใช้งานชาวไทยที่ส่งข้อความทาง Facebook ให้เพจธุรกิจต่างๆ ในแต่ละเดือน สูงกว่าค่าเฉลี่ยผู้ใช้ทั่วโลกเกือบสองเท่า จึงเป็นเรื่องสำคัญมากยิ่งขึ้นสำหรับธุรกิจต่างๆ ในไทยที่จะเข้าถึงผู้ใช้ Facebook ด้วยความรวดเร็วและตอบสนองได้อย่างทันท่วงที
ตอบโจทย์ผู้ใช้เฟซบุ๊กด้านธุรกิจด้วยการเปิดฟังก์ชั่น Shop Section
การซื้อ-ขายกำลังเข้มข้นมากบนเฟซบุ๊ก ไม่ใช่แค่เป็นแพลตฟอร์มเชื่อมต่อซึ่งกันและกันระหว่างบุคคล แต่ถูกนำไปใช้ในการทำธุรกิจมากขึ้นด้วย ในประเทศไทยมีเพจในเชิงการทำธุรกิจเยอะมาก และเมื่อมีการทำธุรกิจมากขึ้น ทำให้เห็นพฤติกรรมการสื่อสารที่ไม่ค่อยปรากฏเพิ่มขึ้นมา อย่างเช่น โดยคนไทยกว่า 40 ล้านคน ใช้เฟซบุ๊กทุกเดือน โดย 95 เปอร์เซ็นต์ ใช้งานผ่านทางมือถือ ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 80 เปอร์เซ็นต์ และผู้ใช้งานมีการปฏิสัมพันธ์กับเพจ ดูได้จากปริมาณข้อความที่ส่งจากผู้คนไปยังเพจเพิ่มขึ้นเท่าตัวในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ลักษณะของธุรกิจได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
รฐิยา อิสระชัยกุล ผู้จัดการฝ่ายธุรกิจเอสเอ็มอี เฟซบุ๊ก ประจำประเทศไทย กล่าวว่า ผลสำรวจการใช้งานเฟซบุ๊กของคนไทยชัดเจนมาก ซึ่งเป็นไปในทางเดียวกันกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือการใช้ไปในทิศทางของธุรกิจ ทางเฟซบุ๊กจึงต้องการเชื่อมต่อผู้คนเข้ากับสิ่งสำคัญอย่างธุรกิจและสินค้า รวมถึงการซัพพอร์ตให้บรรดาเอสเอ็มอี จึงนำอินไซด์ตรงนี้มาปรับ จนเกิดเป็นส่วนร้านค้าสำหรับเพจธุรกิจต่างๆ หรือ Shop Section
โดย Shop Section ประกาศการเปิดใช้ ในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งใช้งานได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ เพื่อสร้างทางเลือกใหม่ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ ให้มีความโดดเด่นสะดุดตามากขึ้นบนเพจ โดยเครื่องมือนี้จะช่วยให้ผู้คนพบสินค้าใหม่ๆ ได้ง่ายขึ้น รวมถึงยังสามารถค้นหาสินค้าได้ง่ายยิ่งขึ้น
ใช้เครื่องมือกระตุ้นการตลาดดึงดูดผู้ใช้งานเข้าสู่ร้านค้า
ถึงแม้ว่าการสร้างร้านค้าจะเป็นเรื่องที่ทำให้การขายง่ายยิ่งขึ้น แต่ส่วนสำคัญที่ต้องเริ่มต้นก่อนคือ การสร้างตลาดและดึงดูดให้ผู้ใช้งานเข้ามาในหน้าแฟนเพจ ซึ่งทางเฟซบุ๊กเองก็มีโซลูชั่นที่ตอบโจทย์ทางด้านนี้เช่นเดียวกัน
![]() |
ฉบับที่ 212 เดือนสิงหาคมวิธีสร้างธุรกิจอย่างสตาร์ทอัพ |
สุพลชัย กีรติขจร ผู้จัดการฝ่ายบริการลูกค้าด้านโซลูชั่น เฟซบุ๊กประเทศไทย กล่าวว่า พฤติกรรมของร้านค้าที่อยู่บนเฟซบุ๊กทั้งแบรนด์ใหญ่และธุรกิจเล็กๆ แทบไม่ต่างกัน ทุกคนล้วนแต่ต้องการให้สินค้าและผลิตภัณฑ์เป็นที่รู้จักและดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาหา จริงๆ เฟซบุ๊กไม่ใช่แค่เพียงพื้นที่โฆษณาเพียงอย่างเดียว แต่เป็นแพลตฟอร์มที่สามารถขับเคลื่อนการขายได้จริง และเห็นผลได้จริงจากผลสำรวจในช่วงที่ผ่านมา
“เครื่องมือที่ช่วยทำตลาดของเฟซบุ๊กมีออกมาเรื่อยๆ อย่างคอนเทนต์วิดีโอที่กำลังได้รับความนิยม หรือฟังก์ชั่น 360 องศา ที่หลายๆ คนเลือกใช้ในการเข้าถึงผู้บริโภค เรียกได้ว่าสามารถสร้างสรรค์คอนเทนต์ได้ตามใจชอบ แล้วแต่ไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งาน ซึ่งแบรนด์ไทยเองมีความครีเอทคอนเทนต์ที่สูงมากและการตอบรับก็ดีมากเช่นกัน ประกอบกับการเลือกกลุ่มเป้าหมายที่เฟซบุ๊กค่อนข้างแม่นยำในการส่งสารถึงกลุ่มได้อย่างถูกต้อง ทำให้แบรนด์เชื่อได้ว่าเฟซบุ๊กแอดเกิดประสิทธิภาพได้อย่างแท้จริง”
สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงคือ การปรับการทำตลาดให้รู้สึกว่าผู้รับสารไม่ได้ถูกยัดเยียดจนเกิดไป เป็นหัวใจสำคัญของทางเฟซบุ๊ก ซึ่งผู้ใช้งานจะไม่เสียอรรถรสในการใช้งานแบบเดิม
ถึงแม้จะมีเครื่องมือต่างๆ ออกมาตอบโจทย์ให้กับร้านค้าอย่างมากมาย แต่คุณสมบัติของการเป็นโซเชียลคอมเมิร์ซที่ทุกร้านค้าควรจะมีคือ การทักง่าย ตอบไว และใส่ใจบริการ
จัดการร้านค้าได้ง่ายขึ้นตอบโต้กับลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว
ฟังก์ชั่น Shop Section เปิดให้บริการตั้งแต่ไตรมาสที่ 2 ที่ผ่านมา โดยร้านค้าที่ใช้งานมีการตอบรับที่ดี และพบว่าลูกค้าที่ติดต่อผ่านทางเฟซบุ๊กช้อปมีแนวโน้มที่จะปิดการขายได้มากขึ้นสูงถึง 70 เปอร์เซ็นต์ฟีเจอร์ในส่วนร้านค้าใหม่ ได้แก่
- การขายสินค้า : โปรโมตสินค้าได้ง่ายๆ ด้วย “ผลิตภัณฑ์ที่แนะนำ”
- การชำระเงิน : ปุ่มข้อความที่อยู่ถัดจากภาพสินค้าจะช่วยให้ลูกค้าติดต่อกับผู้ขาย เพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม และจัดการเกี่ยวกับการชำระเงินได้สะดวกยิ่งขึ้น
- การสมัครรับข้อมูล : ผู้ใช้ Facebook สามารถสมัครรับข้อมูลจากแถบร้านค้า เพื่ออัพเดตเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด และการแจ้งเตือนอื่นๆ ของทางร้านค้า
- โฆษณา : Facebook ได้เพิ่มตัวเลือกสำหรับการ Boost Product ให้ธุรกิจต่างๆ สามารถสร้างสรรค์โฆษณาในการโปรโมตผลิตภัณฑ์ได้ง่ายดายยิ่งขึ้น
“เฟซบุ๊กช้อปจะเอื้อให้การซื้อของง่ายยิ่งขึ้น เพราะผู้ซื้อสามารถเลือกดูได้ทีละชิ้น ละมีการลงรายละเอียดที่ครบถ้วน ทำให้ปิดการขายได้อย่างรวดเร็ว และสร้างประสบการณ์ซื้อได้ดียิ่งขึ้น ทางร้านค้าเองก็จัดการระบบได้ง่ายขึ้น เพราะสินค้าทุกชิ้นจะอยู่ในช้อป จากเดิมที่สินค้าเก่าจะเป็นโพสต์ที่ตกไป และทำให้ของยังคงค้างสต็อก” รฐิยา กล่าว
นอกจากนี้ ยังอำนวยความสะดวกให้กับร้านค้าเพื่อการโต้ตอบที่รวดเร็ว ด้วยการเตรียมคำตอบสำหรับคำถามที่พบบ่อยเอาไว้ได้ ซึ่งก็จะช่วยลดเวลาการพิมพ์ เพียงแค่จัดการข้อความไว้ในดราฟก็สามารถตอบคำถามของลูกค้าได้ในทันที
เห็นได้ว่า ถึงแม้จะมีเครื่องมือต่างๆ ออกมาตอบโจทย์ให้กับร้านค้าอย่างมากมาย แต่คุณสมบัติของการเป็นโซเชียลคอมเมิร์ซที่ทุกร้านค้าควรจะมีคือ การทักง่าย ตอบไว และใส่ใจบริการ เนื่องจากทางเลือกง่ายขึ้นเยอะขึ้น การสร้างความประทับใจหรือประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าจึงคงเป็นปัจจัยหลักที่บรรดาร้านค้าจำเป็นต้องมอบให้กับลูกค้าที่เข้ามา
เสียงตอบรับจากร้านค้าผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก Shop Section
พรรณทิพา มงคลล่า และตวงทอง อนันต์เดชไพศาล ผู้ก่อตั้งแบรนด์ N.IX Studio กล่าวว่า
“มี Shop ก็เหมือนมีเว็บฯ e-Commerce โดยไม่ต้องลงทุนเพิ่ม แทนที่เมื่อก่อนลงเป็น Album เราก็ลงเป็นรูปสินค้าหลากหลายมุม มีรายละเอียดครบถ้วนขึ้น ช่วยเพิ่มยอดขายได้จริง ทุกครั้งที่เราลงของใหม่ ไม่ถึงวันก็จะมีคนเข้ามาซื้อ กว่า 50 เปอร์เซ็นต์ เลยที่ส่งข้อความเข้ามาตัดสินใจซื้อ เพราะข้อมูลสินค้าใน Shop มีครบแล้ว ทำให้การตัดสินใจเร็วและง่ายขึ้น”
สุรีรัตน์ ศรีพรหมคำ เจ้าของธุรกิจเจคิว ปูม้านึ่ง Delivery กล่าวว่า “ส่วนร้านค้าของ Facebook ช่วยเรากระตุ้นยอดขายได้เป็นอย่างดี เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ในช่วงวันแรกของเทศกาลสงกรานต์ เราได้รับยอดสั่งซื้อสินค้ามูลค่ารวมมากกว่า 1 ล้านบาท ภายในหนึ่งวัน ซึ่งเป็นผลลัพธ์หลังจากเราได้เพิ่มส่วนร้านค้าบน Facebook”
เคล็ดลับในการใช้งานส่วนร้านค้าให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
- เพิ่มรายละเอียดธุรกิจของคุณบนเพจ เพื่อช่วยให้ลูกค้าค้นหาและเรียนรู้เกี่ยวกับธุรกิจของคุณได้ง่ายขึ้น
- กำหนดการตั้งค่าบนเพจ ให้ตรงกับความต้องการทางธุรกิจ โดยเพิ่มปุ่ม Call-to-Action เช่น “โทรเลย” หรือ “เลือกซื้อเลย” เพื่อกระตุ้นให้เกิดการกระทำที่ส่งผลสำคัญต่อธุรกิจของคุณ
- เพิ่มส่วนร้านค้าบนเพจของคุณ เพื่อนำเสนอสินค้าและเพิ่มยอดขาย
- เผยแพร่ร้านค้าของคุณให้ทุกคนรู้จัก โดยการแชร์ไปยังไทม์ไลน์ของคุณ การกระทำดังกล่าวจะช่วยให้มีโพสต์ที่ดึงดูดลูกค้ามาที่ร้านของคุณได้โดยตรง
- ใช้ Messenger เพื่อเชื่อมต่อกับลูกค้าของคุณโดยตรงจากเพจ
- ตอบสนองอย่างรวดเร็ว เนื่องจากการช้อปปิ้งเป็นประสบการณ์ส่วนตัว สำหรับผู้บริโภคชาวไทย
- กุญแจสู่ความสำเร็จ คือยึดถือการบริการเป็นหัวใจหลัก และให้บริการอย่างใกล้ชิดใส่ใจลูกค้า
- ส่งรายละเอียดเกี่ยวกับการสั่งซื้อ หรือการจัดส่งสินค้าผ่านทาง Messenger เพื่อให้ง่ายต่อลูกค้าของคุณในการเก็บหลักฐานยืนยัน และง่ายสำหรับธุรกิจในการต่อยอดบริการหลังการขาย รวมถึงสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า