BeamSensei สิษฐารัตน์ ปี่ทอง

บีม-สิษฐารัตน์ ปี่ทอง เจ้าของเพจ BeamSensei

บีม-สิษฐารัตน์ ปี่ทอง เจ้าของเพจ BeamSensei

ทักษะทางภาษายังคงเป็นกุญแจสำคัญในทุกๆ อุตสาหกรรม คนที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านภาษาต่างๆ จะนับเป็นข้อได้เปรียบ ซึ่งนอกจากภาษาอังกฤษที่ทุกคนต้องเรียนรู้เป็นพื้นฐานแล้ว ภาษาญี่ปุ่นเองก็เป็นอีกหนึ่งภาษาที่มีความสำคัญทั้งทางด้านเศรษฐกิจและความบันเทิง

บีม สิษฐารัตน์ ปี่ทอง หรือที่รู้จักกันในชื่อของ บีมเซนเซย์ เจ้าของเพจ BeamSensei หญิงสาวผู้มีใจรักในภาษาญี่ปุ่น และนำประสบการณ์มาถ่ายทอดให้กับคนบนโลกออนไลน์ ผ่านมุมมองของเธอ จนปัจจุบันมีผู้ติดตามมากกว่า 150,000 คน โดยมีเนื้อหาครบวงจรตั้งแต่อาหาร ไลฟ์สไตล์ ท่องเที่ยว ซึ่งมีการสอดแทรกภาษาและวัฒนธรรมญี่ปุ่นไว้อย่างเต็มที่

เริ่มเรียนภาษาจากความหลงใหลในการ์ตูน
ปฏิเสธไม่ได้ว่า การ์ตูนญี่ปุ่นยังคงครองใจคนได้ทุกยุคทุกสมัย เรียกได้ว่าเป็นภาษาสากล ทุกชนชาติต่างนิยมอ่านหรือดูการ์ตูนญี่ปุ่น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดการซึมซับวัฒนธรรมเข้าไปโดยปริยาย คุณบีมเองก็เช่นกัน จุดเริ่มต้นของเธอที่สนใจเรียนภาษานั้น มาจากหนังสือการ์ตูนอย่างโดราเอม่อน

“ช่วงเด็กๆ ชอบอ่านโดราเอม่อน ได้เห็นบ้านเมือง วัฒนธรรมต่างๆ เลยมีความคิดว่าเราอยากอ่านเป็นภาษาญี่ปุ่นน่าจะสนุกดี ก็เริ่มจากศึกษาเกร็ดเล็กๆ น้อยๆ ที่เขาจะมีสอนตามปกหลังการ์ตูน จดไว้เรื่อยๆ จนคุณแม่เห็นว่าสนใจจริงๆ เลยให้ไปเรียน ก็เริ่มเรียนมาตั้งแต่ประมาณ ม.1 ซึ่งพอเรียนไปก็พบว่ามันมีความน่ารัก มีเอกลักษณ์ในตัวทำให้หลงใหลมากขึ้นไปอีก”

ในช่วงม.ปลาย เธอเล่าว่า เป็นช่วงที่ภาษาญี่ปุ่นได้รับความนิยมในประเทศไทย และมีการเปิดการเรียนสายศิลป์-ภาษาญี่ปุ่นขึ้น แต่ด้วยความที่เรียนพิเศษด้านนี้อยู่แล้ว เธอจึงเลือกเรียนสายวิทย์-คณิตแทน แต่ก็พบว่าไม่ได้มีความสุขกับวิชาเหล่านั้น เธอรอคอยการเรียนพิเศษอาทิตย์ละครั้งมากกว่า ทำให้ตัดสินใจเลือกเข้าเรียนทางภาษาญี่ปุ่นโดยตรงในระดับมหาวิทยาลัย

3

จากงานอดิเรกสู่พื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้
คุณบีม เล่าว่า ปีนี้เป็นปีที่ 6 สำหรับเพจ BeamSensei โดยเริ่มจากช่วงที่เธอได้ไปแลกเปลี่ยนที่ประเทศญี่ปุ่น และมีเวลาว่าง จึงเริ่มต้นหากิจกรรมต่างๆ ทำ และอัดคลิปเพื่อแบ่งปันประสบการณ์ โดยวิดีโอแรกคือ การสอนให้คนญี่ปุ่นพูดทักทาย อย่างคำว่า สวัสดี ซึ่งก็ได้รับการตอบรับจากผู้ติดตามเป็นอย่างดี จึงเริ่มคิดการสอนภาษาญี่ปุ่นวันละคำเพื่อลงเพจอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหลังจากที่กลับมาเมืองไทย เธอก็ได้เข้าร่วมประกวดร้องเพลงอนิเมะ ได้รับรางวัลจากหลายเวที ทำให้มีผู้เข้ามาติดตามมากขึ้น

“จุดเด่นของบีมคือ เริ่มมาจากสายร้องเพลงอนิเมะ แต่งคอสเพลย์ แล้วก็พูดภาษาญี่ปุ่นได้ จบสายตรงมาทางการสอนภาษาญี่ปุ่น ได้รับทุนรัฐบาลญี่ปุ่น ทำให้มีความน่าเชื่อถือในการแบ่งปันความรู้ให้ผู้ติดตาม โดยคนที่เข้ามาติดตามช่วงแรกก็เป็นคนที่อยู่ในวงการคอสเพลย์ ร้องเพลงอนิเมะก่อน พอหลังจากนั้นก็เป็นคนที่สนใจวัฒนธรรม อยากเรียนภาษาญี่ปุ่น เข้ามาติดตามและปรึกษา อย่างหลายๆ คำถามที่พบบ่อยอย่างอยากเรียนญี่ปุ่นต้องทำอย่างไร ขั้นตอนขอทุนต้อง เตรียมตัวแบบไหน เราก็จะมีเขียนสรุปไว้ให้ ใครที่เข้ามาถามก็ส่งลิงก์ให้ได้เลย ก็อยากให้เขาได้ประโยชน์สูงสุดในการที่มาติดตามเรา”

เนื้อหาต่างๆ บนเพจ มีทั้งรูปแบบสื่อการสอน ท่องเที่ยว แนะนำวัฒนธรรมต่างๆ ที่เธอได้สัมผัสมาด้วยตัวเอง โดยเธอบอกว่า การทำคอนเทนต์ก็มีการพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความสามารถต่างๆ ของเฟซบุ๊กเอง แล้วตัวเธอเองก็ยังมีการเรียนรู้เพิ่มเติมในการตัดต่อใส่เอฟเฟ็กต์ให้น่าสนใจเพิ่มขึ้นอีกด้วย

2

เดี๋ยวนี้คนก็เรียนญี่ปุ่นเยอะขึ้น เพราะว่าถ้าเราได้ภาษาก็ทำอาชีพได้หลายอย่าง เพื่อนบีมคนหนึ่งเป็นพนักงานบัญชีในบริษัทญี่ปุ่น ทั้งที่ไม่เคยเรียนบัญชีเลย แต่บริษัทเขาก็เทรนให้ เพราะเขาต้องการคนที่ได้ภาษา สื่อสารกันได้ ซึ่งถ้าเราเรียนตรงนี้ก็จะมีโอกาสที่มากกว่าคนอื่น

ทั้งนี้ การที่มีผู้ติดตามเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง และทำเพจมาหลายปี ทำให้เริ่มรู้ความสนใจของคนที่ติดตามได้ดีขึ้น ที่แน่นอนเลยก็คือ อันไหนที่มีตัวหนังสือเยอะๆ คนจะไม่ค่อยอ่าน เน้นเรื่องภาพ หรือคลิปวิดีโอจะน่าสนใจมากกว่า

ฉบับที่ 215 เดือนพฤศจิกายน

เจาะตลาดข้ามประเทศด้วยระบบส่งเงิน

ภาษาญี่ปุ่นยังสำคัญทั้งการใช้ชีวิตและภาคธุรกิจ
ด้วยความที่ได้เรียนรู้และอาศัยอยู่ในสองวัฒนธรรมทั้งไทยและญี่ปุ่น เธอเล่าว่า แต่ละประเทศมีข้อดีที่ต่างกัน อย่างคนไทยจะสนิทกันได้ง่ายมีมนุษยสัมพันธ์ดี แต่คนญี่ปุ่นจะมีกำแพงถ้าไม่ได้รู้จักกันหรือสนิทสนมกัน ส่วนข้อดีของคนญี่ปุ่นที่เห็นได้ชัดคือ การทำงานเป็นทีมที่เก่ง มีความตรงต่อเวลาสูง แต่บางครั้งเขาก็ตรึงเครียดจนเกินไป ซึ่งการที่เธออยู่ระหว่างสองอันนี้ก็นำมาประยุกต์ใช้ได้แบบพอดี

4ปัจจุบัน นอกจากจะทำเพจแล้ว คุณบีมยังมีอาชีพเป็นล่ามฟรีแลนซ์ พิธีกรอีเวนต์ ที่เกี่ยวกับภาษาญี่ปุ่นอีกด้วย โดยเธอเล่าว่า บริษัทญี่ปุ่นที่มีอยู่และทยอยเข้ามาลงทุนในประเทศไทยก็มีเยอะ แต่ว่าคนที่จะต่อยอดไปจนถึงการเป็นล่ามที่ใช้ภาษาได้อย่างคล่องแคล่วจริงๆ ก็ยังไม่ได้มีมากตามที่ตลาดต้องการ ซึ่งเธอก็ยอมรับว่า รายได้ล่ามภาษาญี่ปุ่นเยอะกว่าภาษาอื่น และมีอุตสาหกรรมรองรับปริมาณมากด้วย

“บีมรู้มาว่าเดี๋ยวนี้คนก็เรียนญี่ปุ่นเยอะขึ้น เพราะว่าถ้าเราได้ภาษาก็ทำอาชีพได้หลายอย่าง ครู ไกด์ ล่าม อย่างเพื่อนบีมคนหนึ่งเป็นพนักงานบัญชีในบริษัทญี่ปุ่น ทั้งที่ไม่เคยเรียนบัญชีเลย แต่บริษัทเขาก็เทรนให้ เพราะเขาต้องการคนที่ได้ภาษา สื่อสารกันได้ ซึ่งถ้าเราเรียนตรงนี้ก็จะมีโอกาสที่มากกว่าคนอื่นด้วย”

สุดท้าย เธอยังฝากถึงคนไทยที่สนใจเรียนภาษาญี่ปุ่น ทั้งเรียนด้วยตัวเองหรือเรียนแบบจริงจังเพื่อประกอบอาชีพว่า ภาษาญี่ปุ่นอาจจะดูเป็นเรื่องที่ยาก ซึ่งก็คอนเฟิร์มว่ายากจริงๆ แต่ถ้าจับจุดได้แล้วก็จะสามารถเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่อง ถ้ามีใจรัก และเป็นสิ่งที่ทำให้มีความสุข การเรียนรู้ภาษาใหม่ๆ ก็เป็นการเปิดโลกให้กับตัวเองได้อยู่เสมอ เพียงแค่เริ่มต้นเรียนรู้

You may be interested in

Latest post from Facebook


Warning: Invalid argument supplied for foreach() in /var/www/vhosts/digitalagemag.com/httpdocs/wp-content/themes/geeky-child/shortcodes/new-listing.php on line 19

Related Posts

SuperBoss Live-Игры – Погружение в Эмоции и Реальные Восторги Онлайн

Современные развлечения стремительно меняются, предлагая участникам уникальные возможности для...