จ่ายเงินบนมือถือ ผ่าน Cloud เฉพาะผู้ใช้ Android

เทคโนโลยี HCE จะคล้ายกับเทคโนโลยี NFC แต่สำหรับ HCE ไม่ต้องเปลี่ยนซิมการ์ด หรือติดตั้งชิปการ์ดพิเศษบนดีไวซ์ ผู้ใช้งานไม่ต้องเปลี่ยนเครื่อง เพื่อให้สามารถใช้บริการจากทางผู้ออกบัตรเครดิต

ดั๊ก ยีเกอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท SimpplyTapp Inc. จำกั

ดั๊ก ยีเกอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท SimpplyTapp Inc. จำกัด

ชิม โธมัส กรรมการบริหาร บริษัท พรอมท์นาว จำกัด

ชิม โธมัส กรรมการบริหาร บริษัท พรอมท์นาว จำกัด

การร่วมมือกันระหว่าง 3 พันธมิตร ได้แก่ ซิมพลีแทพพ์ พรอมท์นาว และทีไอเอส ภายใต้โครงการ Asian Payment Cloud (APC) เปิดตัวโซลูชั่นชำระเงินด้วยสมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ผ่านคลาวด์ในรูปแบบของ Host Card Emulation (HCE) เป็นครั้งแรกในไทยและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

ดั๊ก ยีเกอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท SimpplyTapp Inc. จำกัด กล่าวว่า ซิมพลีแทพพ์ เริ่มจากการรวมกลุ่มของนักพัฒนาเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ในการร่วมกันพัฒนาโซลูชั่นด้านการชำระเงินแบบแตะและธุรกรรมทางการเงินอื่นๆ โดยเทคโนโลยีของบริษัทจะเอื้อต่อการใช้  ฟังก์ชั่นการชำระเงินบนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ให้กับธนาคารหรือสถาบันการเงินเพื่อออกบัตรเครดิตหรือเดบิต ช่วยให้การทำธุรกรรมเป็นเรื่องง่ายสะดวก และปลอดภัยสำหรับอุตสาหกรรมค้าปลีก รวมทั้งการขนส่ง และการจองตั๋ว

การชำระเงินด้วยเทคโนโลยี HCE
ซิมพลีแทพพ์ ในฐานะผู้พัฒนาเทคโนโลยีโฮสต์ การ์ด อีมูเลชั่น หรือเอชซีอี ได้ให้ความสำคัญในการผลักดันระบบชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือที่ใช้เทคโนโลยี NFC และ HCE เพื่อให้นักพัฒนาสามารถใช้ประโยชน์จากอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือในการชำระเงินแบบแตะและทำธุรกรรมการเงินอื่นๆ ได้

โดยโซลูชั่น Mobile Payment Cloud ผู้ใช้สมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ของธนาคารและสถาบันการเงินที่ร่วมกับโครงการ Asian Payment Cloud (APC) นี้ จะสามารถใช้โทรศัพท์ในการชำระเงินในแบบแตะเพื่อจ่าย (Tap and Pay) ได้ที่จุดรับชำระเงินทุกแห่ง และด้านความปลอดภัย ด้วยเทคโนโลยีที่ซิมพลีแทพพ์ออกแบบไว้จะทำการเก็บข้อมูลของบัตรเครดิตจำลองไว้ในเครื่องจึงไม่จำเป็นต้องพกบัตรเครดิตหรือเดบิตจริง

ชิม โธมัส กรรมการบริหาร บริษัท พรอมท์นาว จำกัด กล่าวว่า พรอมท์นาว จะช่วยในการนำเทคโนโลยีดังกล่าวนี้มาใช้งานเพื่อทำให้สามารถมาต่อยอดบริการการชำระเงินให้มีความง่ายและปลอดภัยที่สูงขึ้น ซึ่งเชื่อว่าเทคโนโลยี HEC และระบบชำระเงินด้วยมือถือผ่านคลาวด์นี้ จะช่วยตอบ

โจทย์การใช้งานของผู้บริโภคในปัจจุบันอย่างสูงสุด รวมถึงผู้บริโภคกลุ่มนักเรียน นักศึกษาที่ยังไม่มีรายได้ในการมีบัตรเครดิตแต่อยากใช้จ่ายเงินในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์และสามารถชำระเงินผ่านโมบายล์ดีไวซ์ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่จะสะท้อนถึงไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี

e199

ฉบับที่ 199 เดือนกรกฏาคม

YouTuber นักสร้างสรรค์โฆษณาดิจิตอล

รับเทรนด์ Mobile Payment มาแรง
การนำร่องให้บริการระบบชำระเงินแบบใหม่ โดยใช้สมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ผ่านระบบคลาวด์คอมพิ้วติ้งที่บริษัท มองว่าเป็นโอกาสใหม่ทางธุรกิจ เนื่องจากเกือบ 60 เปอร์เซ็นต์ ของผู้ใช้สมาร์ทโฟนในไทยเป็นระบบแอนดรอยด์ ในจำนวนนี้ประมาณ 25 เปอร์เซ็นต์ เป็นมือถือที่รองรับการใช้งาน NFC ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่สามารถใช้ชำระเงินค่าบริการหรือซื้อสินค้าต่างๆ ผ่านมือถือได้โดยไม่ต้องใช้เงินสดหรือบัตรเครดิต

ตลาดเมืองไทยมีการตอบรับโมบายล์แบงกิ้งสูง ซึ่งผลสำรวจตลาดจากสถาบันการเงินพบว่า คนไทยนิยมใช้จ่ายด้วยวิธี Mobile Payment เติบโตสูงถึง 90 เปอร์เซ็นต์ สูงกว่าการใช้อินเทอร์เน็ตแบงกิ้ง แม้จะมีข้อจำกัดของการใช้งานที่ต้องอิงกับซิมการ์ดและมือถือที่รองรับ”

โธมัส กล่าวต่อว่า ตอนนี้เตรียมจะเริ่มทดลองใช้โซลูชั่นดังกล่าวกับธนาคารไทยพาณิชย์ โดยใช้ระยะ 6 เดือน ในการทดลองบริการใหม่ ซึ่งตั้งเป้าผู้ใช้งานในช่วงทดลองประมาณ 1,000 ราย เพื่อพิสูจน์ประสิทธิภาพของเทคโนโลยี ก่อนจะเริ่มนำเสนอให้กับลูกค้าเป้าหมายในกลุ่มธนาคารและสถาบันการเงินอื่นๆ โดยคาดว่าจะมีลูกค้าที่สนใจตอบรับการใช้งานประมาณ 3-4 ราย ในปีแรก

ความร่วมมือระหว่างพันธมิตร
พันธมิตรในโปรเจ็กต์นี้มีความแข็งแกร่งในแต่ละด้าน ซิมพลีแทพพ์ ซึ่งเป็นเจ้าของเทคโนโลยีที่ได้ทำงานใกล้ชิดกับทีไอเอส ซึ่งเป็นผู้ติดตั้งระบบด้าน Payment รายใหญ่ในประเทศญี่ปุ่น และมีหุ้นในเอ็มแฟ็คอยู่แล้ว ขณะเดียวกันเอ็มเฟ็คถือหุ้นใหญ่ในพรอมท์นาว ซึ่งถนัดด้านการทำแอพพลิ-เคชั่น ประกอบกับเทรนด์ของตลาดที่เริ่มมาเป็นเวอร์ช่วล การ์ด มากขึ้น

3

เทคโนโลยีนี้จะทำให้จ่ายเงินด้วยวิธีแตะสมาร์ทโฟนเพื่อชำระค่าบริการต่างๆ ได้ทุกที่ ซึ่งระบบจะเก็บข้อมูลบัตรเครดิตจำลองไว้ในเครื่องทำให้ไม่ต้องพกบัตรจริง ลดขั้นตอนในการขอบัตรเครดิต

ในประเทศไทย พรอมท์นาวถือเป็นรายแรกในการนำโซลูชั่นนี้มาทำให้กับธนาคารและสถาบันการเงิน ดังนั้น จึงยังไม่มีคู่แข่งในตลาด และในส่วนของโซลูชั่นชำระเงินบน iOS คือ Apple Pay ยังไม่มีแพลนเข้ามาเปิดบริการและทำตลาดในเมืองไทย ทำให้คาดว่าความร่วมมือครั้งนี้จะเพิ่มโอกาสใหม่ๆ ในตลาดไทย รวมถึงโอกาสที่จะไปให้บริการกับลูกค้าธนาคารในต่างประเทศได้ด้วย โธมัส กล่าว

ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่
ดั๊ก กล่าวว่า เทคโนโลยี HCE ที่ซิมพลีแทพพ์พัฒนาขึ้นนี้ ใช้คอนเซ็ปต์ของการจำลองโฮสการ์ด และเทคโนโลยีบัตรเสมือนจริงทำงานร่วมกัน และประมวลผลผ่านคลาวด์จากดาต้า เซ็นเตอร์ ที่ใช้กับสถาบันการเงินของทีไอเอส การันตีความปลอดภัย ทั้งนี้เทคโนโลยี Mobile Payment แบบ HCE ยังได้รับการยอมรับการใช้งานจากกูเกิลเจ้าของตลาดแอนดรอยด์ ทำให้เทคโนโลยี Payment แพร่หลายในวงกว้าง โดยเฉพาะตลาดในสหรัฐฯ และแคนาดา

สำหรับเอชซีอี มีข้อได้เปรียบกว่า เทคโนโลยี Mobile Payment อื่นๆ ที่ใช้คุณสมบัติของคลาวด์เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับข้อมูลการใช้เงินของลูกค้า ขณะที่สมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ยังแพร่หลายและราคาต่ำเข้าถึงผู้ใช้งานได้จำนวนมากกว่าระบบปฏิบัติการอื่น

เทคโนโลยีนี้จะทำให้ลูกค้าของธนาคารสามารถใช้จ่ายเงินด้วยวิธีแตะสมาร์ทโฟนเพื่อชำระค่าบริการต่างๆ ได้ทุกที่ ซึ่งระบบจะเก็บข้อมูลบัตรเครดิตจำลองไว้ในเครื่องทำให้ไม่ต้องพกบัตรจริง และลดขั้นตอนในการขอบัตรเครดิต รวมถึงสร้างความได้เปรียบในการดึงลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ เช่น วัยรุ่น หรือวัยเริ่มต้นทำงานให้ใช้บริการของธนาคารได้เพิ่มขึ้น

ใช้งานง่ายไม่ต้องเปลี่ยนซิม
โธมัส กล่าวต่อว่า เทคโนโลยี HCE จะคล้ายกับเทคโนโลยี NFC ซึ่งการใช้งานที่เห็นชัดเจนในการนำมาทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ คือบริการของเอไอเอสที่ร่วมกับแรบบิท เปิดตัว AIS mPay Rabbit ที่ใช้มือถือสมาร์ทโฟนของซัมซุงในการชำระเงินค่ารถไฟฟ้า BTS ซึ่งข้อจำกัดที่เกิดขึ้นคือ ไม่สามารถใช้ได้กับสมาร์ทโฟนทุกรุ่นของซัมซุงและต้องเปลี่ยนซิมการ์ดเพื่อ รองรับการทำงาน แต่สำหรับ HCE ไม่ต้องเปลี่ยนซิมการ์ด หรือติดตั้งชิปการ์ดพิเศษบนดีไวซ์

สำหรับบริการโซลูชั่น Mobile Payment Cloud เพียงผู้ใช้งานมีสมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการแอน-ดรอยด์สามารถดาวน์โหลดแอพพลิ เคชั่นของธนาคารที่ใช้งานบริการนี้ไว้บนเครื่อง ก็เปิดใช้งานได้ทันที ซึ่งธนาคารหรือสถาบันการเงินที่ต้องการใช้งานบริการโซลูชั่นนี้สามารถเลือก ฟีเจอร์ที่ต้องการได้ เช่น Tap and Pay การชำระเงินแบบแตะเพื่อจ่ายหรือสแกนแอนด์เปย์ ที่ใช้เทคโนโลยีคิวอาร์โค้ดในการส่งข้อมูลเพื่อทำธุรกรรม ซึ่งจะคล้ายบริการ UP2Me ของธนาคารไทยพาณิชย์ โดยฟีเจอร์นี้จะเอื้อกับสมาร์ทโฟนที่ไม่มีเทคโนโลยี NFCการนำเทคโนโลยี HCE มาใช้ จะช่วยให้ธนาคารหรือสถาบันการเงินสามารถเปิดบริการได้เร็วยิ่งขึ้น และดึงดูดผู้ใช้งานเนื่องจากไม่ต้องเปลี่ยนเครื่อง เพื่อให้สามารถใช้บริการจากทางผู้ออกบัตรเครดิตหรือเดบิตเพียงแค่ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นเท่านั้น ที่สำคัญเทคโนโลยีจะช่วยเรื่องความปลอดภัยของการใช้งานบัตรเครดิตที่จะไม่ถูกขโมยไปรูดใช้งานโดยที่เจ้าของบัตรไม่ทราบ เพราะบัตรเครดิตอยู่บนโมบายล์แพลตฟอร์ม ซึ่งถ้าเกิดการสูญหายข้อมูลบนบัตรจะไม่สามารถนำไปใช้งานต่อได้เนื่องจากเป็นการส่งข้อมูลแบบ LUK (Limited User Keys)

“บริการ Mobile Payment Cloud จะช่วยให้สถาบันการเงินและธนาคารผู้ออกบัตรมอบประสบการณ์ที่ดีกว่าให้แก่ลูกค้าที่เป็นกลุ่มผู้ใช้แอนดรอยด์ ซึ่งนับวันจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และถ้าทำให้สมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์สามารถใช้เป็นอุปกรณ์ในการชำระเงินผ่านจุดชำระเงินที่จัดให้ และสามารถทำธุรกรรมทางการเงินในรูปแบบอื่นๆ ได้ยิ่งเพิ่มโอกาสทางการแข่งขันมากยิ่งขึ้น” โธมัส กล่าว

You may be interested in

Latest post from Facebook

Related Posts

Jet.com ปรับใหญ่-สะท้อนเทรนด์เว็บช้อปปิ้งยุคนี้

เว็บช้อปปิ้ง Jet.com ปรับระบบใหม่ แสดงสินค้าต่างๆกันไปตามเมือง, ต่างกันไปตามหมวด เช่นหมวดเสื้อผ้าจะมีรูปและคลิปคนใส่จริง, และสับเปลี่ยนหน้าเว็บตามเวลากลางวัน-กลางคืนด้วย