“Tuniez83”
ชนกกานต์ วีรคติธรรม
นักร้องสาวเสียงดี
ในแวดวงบิวตี้ออนไลน์

ระยะหลังมานี้ วงการบิวตี้บล็อกเกอร์เมืองไทยมีการเติบโตเป็นอย่างมาก แต่มีอยู่คนหนึ่งที่ไม่ได้โดดเด่นเฉพาะในวงการความสวยความงาม แต่ยังมีเสียงร้องเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก ตูนน์ – ชนกกานต์ วีรคติธรรม หรือที่รู้จักกันดีในนาม Tuniez83 สาวมั่นคนนี้มีทั้งแนวคิด ไลฟ์สไตล์ เสียงร้อง และเทคนิคการนำเสนอคอนเทนต์บนโลกออนไลน์จนเป็นที่ติดใจของแฟนคลับจำนวนมาก

ตูนน์ - ชนกกานต์ วีรคติธรรม หรือ Tuniez83

ตูนน์ – ชนกกานต์ วีรคติธรรม หรือ Tuniez83

ทำความรู้จักกับ Tuniez83
หลังเรียนจบปริญญาตรี คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตูนน์เข้าทำงานในตำแหน่งพนักงานภาคพื้นดินที่สนามบินดอนเมืองอยู่ประมาณ 3 ปี หลังจากนั้นเมื่อสนามบินสุวรรณภูมิสร้างแล้วเสร็จ เธอไม่ต้องการย้ายสถานที่ทำงาน จึงตัดสินใจลาออกแล้วเริ่มงานใหม่ในหน่วยงานราชการของมหาวิทยาลัยหนึ่ง ทำหน้าที่ประสานงานด้านเอกสารให้แก่เด็กที่ต้องการไปเรียนต่อยังประเทศออสเตรเลีย ในช่วงนี้เองที่ทำให้เธอมีเวลามากขึ้น และเริ่มเขียนไดอารี่ออนไลน์ ซึ่งเป็นการเล่าเรื่องราวในชีวิตประจำวัน พร้อมบอกเล่าถึงผลิตภัณฑ์เพื่อความงามที่ซื้อในช่วงนั้น แต่ยังไม่ใช้การรีวิวแบบละเอียดอย่างเช่นปัจจุบัน

นอกจากการเขียนไดอารี่ออนไลน์ เธอยังเป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้ที่พูดคุยเรื่องความสวยงามของเว็บไซต์พันทิป ซึ่งแน่นอนว่าในสมัยนั้นยังไม่มีห้อง “โต๊ะเครื่องแป้ง” หลังจากนั้นไม่นาน เธอได้ขยับขยายพื้นที่ออนไลน์จากพันทิปไปสู่ “Bloggang.com” โดยเนื้อหาจะเจาะลึกเกี่ยวกับการแต่งหน้ามากยิ่งขึ้น เรียกได้ว่าเป็น How-to เต็มรูปแบบ ส่งผลให้มีคนติดตามเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

“คอนเทนต์ในบล็อกแก็งค์ส่วนใหญ่จะเป็นการรีวิวการแต่งหน้า แต่ยังคงมีบทความแนวไดอารี่สั้นๆ ปะปนอยู่ด้วย อีกทั้งตูนน์เป็นคนชอบวาดรูป ชอบแต่งบล็อก ดังนั้นจึงมีคนถามเข้ามาเยอะเกี่ยวกับการตกแต่งบล็อก สุดท้ายจึงมีเรื่องราวเกี่ยวกับการสอนทำบล็อก การใส่ HTML ควบคู่ไปด้วย”

3

ขยับขยายช่องทางสู่เว็บไซต์ส่วนตัว
แน่นอนว่า สาวติสท์อย่างตูนน์ไม่ชอบให้พื้นที่ออนไลน์ของตนถูกยึดติดกับอะไร เธอจึงตัดสินใจสร้างเว็บไซต์พร้อมซื้อโดเมนเนม ซึ่งทำให้เธอมีอิสระในการออกแบบเว็บไซต์ของตัวเองมากขึ้น ถึงแม้คอนเทนต์จะยังเป็นแนวเดิม แต่เธอสามารถเสริมลูกเล่น อาทิ ใส่เพลง เพิ่มลูกเล่นและดีไซต์ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของเธอได้อย่างไม่มีข้อจำกัด

“ถ้าเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสีย ต้องบอกว่าถ้าเราอยู่บนบล็อกแก๊งค์ แน่นอนว่าจะมีผู้อ่านเห็นเราเยอะกว่า เนื่องจากหน้าแรกของเว็บไซต์จะโชว์บล็อกของคนที่เพิ่งอัพบล็อก แต่ในส่วนของเว็บไซต์ส่วนตัว ผู้อ่านจะไม่รู้ว่าเราลงคอนเทนต์ใหม่เมื่อไร ซึ่งเราก็ต้องเอาโซเชียลมีเดียเข้ามาใช้เป็นช่องทางกระจายข่าวสาร”

ไลฟ์สไตล์ของตูนน์ค่อนข้างแตกต่างจากบล็อกเกอร์ด้านความงามคนอื่นๆ ทั้งนิสัย การแต่งตัว แง่มุมการมองโลก และการใช้ชีวิต เพราะบิวตี้บล็อกเกอร์ส่วนใหญ่จะมีแนวทางของตัวเองที่ค่อนข้างชัดเจน อาทิ สายแต่งหน้าหวานๆ สายแต่งหน้าสวยเปรี้ยว สายแต่งหน้าเลียนแบบดารา ฯลฯ แต่สำหรับตูนน์คอนเทนต์ How To ที่เกิดขึ้นจะเป็นไปตามอารมณ์ บางวันอาจแต่งคอสเพลย์ บางวันแต่งเป็นเด็ก หรือแต่งตัวเป็นทอม ทำให้เป็นที่สนใจของกลุ่มแฟนคลับ และคนที่เพิ่งเข้ามาอ่านเป็นครั้งแรก ปัจจุบัน สามารถติดตามผลงานของ Tuniez83 ได้ทั้งทางเว็บไซต์ เฟซบุ๊กแฟนเพจ และอินสตาแกรม

ยูทูปสานฝันการเป็นนักร้อง
ตูนน์ เล่าต่อว่า เธอเป็นคนที่ชอบร้องเพลงมาตั้งแต่เด็ก อย่างสมัยเรียนมหาลัยฯ เธอยังเคยเป็นนักร้องใน TU Band มาแล้ว จนมาถึงช่วงที่ YouTube เริ่มเข้ามา เธอก็เป็นคนกลุ่มแรกในประเทศไทยที่อัพคลิปร้องเพลงลง YouTube ทำให้เธอมีแฟนคลับติดตามเกือบ 10,000 คนในปี 2008 ซึ่งส่วนมากจะเป็นชาวต่างชาติ เนื่องจากเธอถนัดร้องเพลงภาษาอังกฤษมากกว่า

การที่บล็อกเกอร์รุ่นใหม่จะมองว่า “บล็อกเกอร์” เป็นอาชีพ หรือเป็นงานก็ไม่ผิด แต่หากทุกอย่างเกิดขึ้นจากความชอบเป็นพื้นฐาน จะทำให้เรามีความสุขในสิ่งที่ทำ ทุกอย่างจึงอยู่ที่พื้นฐานจิตใจคนว่า พร้อมจะทำตรงนี้ไปได้นานแค่ไหน

2

ด้วยพรสวรรค์และความรักในเสียงดนตรีนี้เอง ทำให้ “พี่ป๊อก” โปรดิวเซอร์จากค่าย Classy Records สะดุดตาในความสามารถของเธอ และได้ชักชวนให้มาทำงานร่วมกัน หลังจากเซ็นสัญญาประมาณ 2 ปี ก็มีอัลบัม THE WAY WE FIRST MET ออกมาพร้อมซิงเกิ้ลแรก “ภาพความทรงจำ” และอีกหนึ่งเพลงฮิต “คนนี้..ต้องเป็นเธอ” ซึ่งตูนน์ยอมรับว่า การทำงานที่มีพื้นฐานบนความเข้าใจกันของแต่ละฝ่าย ทำให้ค่าย Classy เปลี่ยนเสมือนกับบ้านอีกหลังหนึ่ง และทีมงานทุกคนก็เป็นเหมือนคนในครอบครัวที่คอยสอนเสมอว่า การเป็นนักร้องต้องทำให้ได้มากกว่าการร้องเพลง ดังนั้นอัลบัมนี้จึงมีเพลงที่เธอแต่งเองด้วย

“ก่อนหน้านี้ตูนน์เคยผ่านการติดต่อเรื่องทำเพลงมาเยอะ แต่ด้วยปัญหาหลายๆ อย่างทั้งงานประจำ และเวลาที่ไม่ตรงกัน แต่สำหรับค่าย Classy Records เราทำงานกันได้อย่างสบายใจ ไม่มีการกดดัน เพราะขณะนั้นตูนน์เรียนปริญญาโทไปด้วย จึงทำให้อัลบัมนี้ใช้ระยะเวลานาน แต่ก็เป็นอีกบทบาทหนึ่งที่ตูนน์ตั้งใจทำอย่างเต็มที่”

e199

ฉบับที่ 199 เดือนกรกฏาคม

YouTuber นักสร้างสรรค์โฆษณาดิจิตอล

ความน่าเชื่อถือของบล็อกเกอร์ต่อผู้บริโภค
ต้องยอมรับว่า บล็อกเกอร์มีอิทธิพลต่อการจับจ่ายของผู้บริโภคจริง หลายแบรนด์จึงมีการวางแผนการตลาดผ่านบล็อกเกอร์ คนที่ติดตามตูนน์มานานจะรู้ว่าการจ้างงานไม่มีผลกับคอนเทนต์ เนื่องจากเธอค่อนข้างจริงจังกับงาน หากผลิตภัณฑ์ใดทดลองใช้แล้วชอบก็จะบอกว่าชอบ แต่ถ้าผลิตภัณฑ์ไหนใช้แล้วไม่ชอบจะก็ให้ข้อมูลตามตรง โดยอธิบายถึงเหตุผลที่เกิดขึ้นทั้งหมด เป็นการให้ข้อมูลคนอ่านเพื่อการตัดสินใจ อาทิ ในอาทิตย์ที่ผ่านมานอนดึกทำให้สิวขึ้นง่าย ใช้ผลิตภัณฑ์แล้วไปอยู่ในที่ๆ มีฝุ่นนานเกินไป หรืออาจเพราะแพ้ซิลิโคนที่เป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์ เป็นต้น

สำหรับตูนน์ ใน 1 เดือน เธอจะรับรีวิวสกินแคร์เพียงตัวเดียวเท่านั้น เพราะจะไม่มีทางรู้ว่าสกินแคร์ตัวไหนดีเมื่อมีการใช้ร่วมกันหลายชนิด ดังนั้นเธอจะมีสกินแคร์หลักที่ใช้อยู่แล้ว มีเพียงตัวเดียวที่จะเปลี่ยนในแต่ละเดือน จึงสามารถดูผลได้ว่าเปลี่ยนผลลัพท์ยังไง

“บล็อกเกอร์สมัยก่อนลำบากมากกว่าจะมายืนจุดนี้ได้ เราซื้อของกันเยอะมาก ใช้จริง หน้าพังกันจริงมาแล้ว แต่ก่อนเวลาออกงานก็มีคนด่า รีวิวอะไรก็เกิดดราม่า ยิ่งในพันทิปเคยมีดราม่าใหญ่โตเรื่องบล็อกเกอร์รับของและได้ค่าตัว พวกเราจึงต้องมีจุดยืนของตัวเองในเรื่องของความซื่อสัตย์ และความซื้อสัตย์ต่อตนเองและผู้บริโภคนี้เองที่จะทำให้วงการบล็อกเกอร์มีความน่าเชื่อถือ”

คำแนะนำแก่บล็อกเกอร์รุ่นใหม่
ตูนน์ กล่าวต่ออีกว่า จุดเริ่มต้นของบล็อกเกอร์แต่ละคนไม่เหมือนกัน ตูนน์เริ่มจากความชอบสีสันและศิลปะ บางคนอาจเริ่มจากการเป็นเมคอัพอาร์ทติส หรือบางคนอาจเริ่มจากการหัดแต่งหน้าตัวเอง แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีที่กว้างขึ้น ทำให้มีบล็อกเกอร์คลื่นลูกใหม่เกิดขึ้นทุกวัน เธอจึงอยากให้น้องๆ มีวิจารณญาณในการสร้างคอนเทนต์ อย่าทำให้วงการบล็อกเกอร์เสียชื่อ เพราะบางคนอาจเข้าใจว่าการรับรีวิวสินค้าคืองาน จนทำให้เกิดความโลภ และขาดสติในการมีความซื่อสัตย์ต่อตนเอง

การที่บล็อกเกอร์รุ่นใหม่จะมองว่า “บล็อกเกอร์” เป็นอาชีพ หรือเป็นงานก็ไม่ผิด แต่หากทุกอย่างเกิดขึ้นจากความชอบเป็นพื้นฐาน จะทำให้เรามีความสุขในสิ่งที่ทำ ทุกอย่างจึงอยู่ที่พื้นฐานจิตใจคนว่า พร้อมจะทำตรงนี้ไปได้นานแค่ไหน ถ้ามองว่าบล็อกเกอร์เป็นงาน วันใดที่งานนี้ให้ผลตอบแทนไม่คุ้มค่า จะเลิกทำหรือไม่ ซึ่งตูนน์ได้บอกอย่างชัดเจนว่า ในอนาคตถึงแม้จะไม่ได้รับผลตอบแทนอะไร เธอก็จะยังทำต่อไปในสิ่งที่มีความสุข เนื่องจากแต่เดิมหากซื้อผลิตภัณฑ์มาใช้เองก็ต้องเสียเงิน หรือแม้แต่ในปัจจุบันก็ยังเลือกจะไปเลือกซื้อผลิตผลิตภัณฑ์เพื่อความงามจากเคาน์เตอร์ด้วยตัวเอง มากกว่ารอสินค้าจากแบรนด์อยู่แล้ว

สื่อออนไลน์เป็นได้มากกว่าที่คิด

“กว่า 10 ปีที่เขียนบล็อกทำให้ตูนน์ได้รับอะไรหลายอย่าง ทั้งประสบการณ์ งาน มิตรภาพ และแนวคิดดีๆ เรียกได้ว่าเป็นทางสว่าง เป็นทุกอย่างในแง่บวก แต่ขณะเดียวกันคนส่วนหนึ่งก็นำสื่อออนไลน์ไปใช้ในทางที่ผิด ซึ่งส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากตัวบุคคลที่รับสื่อมาเร็วเกินไป ส่งผลให้ไม่มีการคัดกรองหรือไตร่ตรองอะไรก่อน”

ตูนน์ ให้ความเห็นเกี่ยวกับการใช้สื่อออนไลน์ว่า “อยากให้ทุกคนคิดให้ถี่ถ้วนก่อนจะเขียนอะไรลงไปในช่องทางออนไลน์ เพราะเมื่อไรที่เรากด ‘Enter’ หมายความว่าเรื่องๆ นั้นจะไม่ได้มีเรารู้แค่คนเดียวอีกต่อไป โดยเฉพาะอารมณ์ที่เกิดขึ้นชั่ววูบมันก่อผลในแง่ลบมากกว่าแง่บวกอยู่แล้ว ถึงแม้ว่าเราจะตั้งค่าให้เห็นเฉพาะเพื่อนของเรา แต่หากวันใดเพื่อนเราแคปเจอร์หน้าจอ แล้วเอาไปโพสต์ต่อทุกอย่างก็จบ ดังนั้นจึงอยากให้ทุกคนฉลาดในการโพสต์ สำหรับตัวตูนน์เองถึงแม้คนภายนอกจะมองว่าใช้สื่อออนไลน์เยอะก็จริง แต่จะโพสต์เรื่องที่เป็นส่วนตัวน้อยมาก เพื่อไม่ให้สิ่งที่สื่อสารบนโลกออนไลน์ ย้อนกลับมาทำร้ายในชีวิตจริง”

ด้วยความที่เป็นคนตรงไปตรงมา ตูนน์ กล่าวทิ้งท้ายถึงคติการใช้ชีวิตของเธอว่า

“หากคุณมีความฝันให้ลงมือทำ เพราะหากไม่เริ่มต้นทำ แสดงว่าความฝันนั้นคุณไม่อยากได้มันจริงๆ และที่สำคัญคือ คุณต้องมีความซื่อสัตย์ต่อตัวเอง ให้เกียรติคนอื่นและเคารพในเวลาของคนอื่นด้วย”

You may be interested in

Latest post from Facebook

Related Posts

Amazon ลองแปลง “นักรีวิว” ให้เป็นแม่ค้าพ่อค้า

Amazon ได้ทดลองแคมเปญ “influencer program” ให้นักรีวิวสมัครเล่นบ้าง อาชีพบ้าง สามารถสร้างร้านขายของออนไลน์ของตัวเองบน Amazon ได้ง่ายๆ แล้วอเมซอนจะแบ่งรายได้ให้ …จึงอาจเรียกได้ว่าเป็นการ “แปลงนักรีวิว เป็นแม่ค้าพ่อค้า” ก็ว่าได้