“iSalaryman”
สมเกียรติ สุขเสรีกุล
เมื่อมนุษย์เงินเดือนเล่นหุ้น

“คนที่ออกจากงานประจำแล้วเทรดจนประสบความสำเร็จร่ำรวยมีจริง แต่ก็ใช่ว่าจะทุกคน” คำพูดของ สมเกียรติ สุขเสรีกุล พนักงานออฟฟิศย่านสีลม เป็นนักลงทุนอิสระแนวเก็งกำไรด้วย Technical Analysis และเป็นผู้ที่แชร์เรื่องราวการลงทุนสไตล์มนุษย์เงินเดือนผ่านบล็อกชื่อ “iSalaryman” สร้างความโดดเด่นในการนำเสนอกราฟเทคนิค รวมถึงแนวคิดการลงทุนในแบบมนุษย์เงินเดือนจนได้รับความนิยมจากผู้อ่านเป็นอย่างมาก

2

สมเกียรติ สุขเสรีกุล เจ้าของบล็อกชื่อ “iSalaryman”

ก้าวแรกของ iSalaryman บนโลกออนไลน์

“ผมใช้ชื่อ iSalaryman เพราะสมัยนั้น iPhone เป็นแรงผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในโลกโทรศัพท์มือถือ จึงนำ i มาวางด้านหน้าคำว่า Salaryman เพราะผมต้องการเป็นมากกว่ามนุษย์เงินเดือน เป็นมนุษย์เงินเดือนที่ไม่ธรรมดา”

สมเกียรติ เริ่มเขียนบล็อก iSalaryman.com เมื่อ 4 ปีที่แล้ว แต่ผลตอบรับในระยะแรกนั้นยังไม่ดีนัก เนื่องจากเขาเพียงแต่เขียนบล็อกตามกระแสนิยม ในเรื่องราวที่คนอื่นเขียนกัน อาทิ ไปเที่ยวที่ไหน หรือไปกินอะไร ซึ่งคอนเซ็ปต์และการนำเสนอเหล่านี้ไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงของเขา จึงริเริ่มเอาความรู้เกี่ยวกับการลงทุนที่ผ่านมาผสมผสานกับความเป็นพนักงานเงินเดือน นำเสนอแนวคิดและประสบการณ์การลงทุนผ่านบล็อก

ในช่วงเวลานั้น สมเกียรติ เปลี่ยนแนวคิดของตน จากที่เคยคิดว่าคนที่จะมาเขียนเรื่องราวเล่าประสบการณ์จะต้องเป็นคนที่ประสบความสำเร็จแล้ว เป็นมุมมองแนวคิดของคนเริ่มต้นสิ่งใหม่ เพราะเขาต้องการเติบโตไปพร้อมกับผู้อ่าน ซึ่งทำให้คอนเทนต์ของเขาดูสดใหม่ และน่าสนใจมากกว่าเดิม จนกระทั่งปีที่ 2 ของการเขียนบล็อก เขาสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศและรางวัลป๊อปปูล่าโหวต หมวด Business Blog จากการประกวด Thailand Blog Award 2012 มาได้อย่างเต็มภาคภูมิ

1

สร้างคอนเทนต์ให้โดนใจผู้อ่าน
หลังจากนั้นไม่นาน สมเกียรติ กลายเป็นที่รู้จักมากขึ้นในกลุ่มคนเล่นหุ้น รวมถึงเว็บไซต์ที่เกี่ยวกับการลงทุน โดยเฉพาะเมื่อเขาเริ่มเขียนบทความลงในเว็บไซต์ Stock2morrow.com ทำให้เขาได้รู้จักกับผู้คนมากมายที่สนใจด้านการลงทุนเหมือนกัน จนกระทั่งได้ออกหนังสือ “เล่นหุ้น สไตล์มนุษย์เงินเดือน” ซึ่งแชร์มุมมองของพนักงานประจำที่เล่นหุ้นไปด้วย

ถึงแม้ว่า สมเกียรติ จะเริ่มเล่นหุ้นมากว่า 10 ปีแล้ว แต่เพิ่งมาศึกษาจริงจังในช่วง 5 ปีหลัง ด้วยความคิดที่ว่า หากไม่เริ่มศึกษาอย่างจริงจังก็ไม่มีโอกาสเติบโต ทำให้เขาค้นพบตัวเองว่า เขาถนัดการลงทุนแบบเก็งกำไรจากการวิเคราะห์กราฟเทคนิคการซื้อ-ขาย เนื่องจากไลฟ์สไตล์ของเขาคือ การทำงานประจำ ดังนั้น เขาจึงไม่สามารถดูหน้าจอได้ตลอดเวลา ที่สำคัญคือ การวิเคราะห์กราฟสามารถสร้างกำไรให้เขาได้แม่นยำกว่าการซื้อ-ขายหุ้นตามข่าวแบบเมื่อก่อน

e198

ฉบับที่ 198 เดือนมิถุนายน

ไอทีเชื่อมสู่ท้องถิ่นแบบ Social Enterprise

เขาอยากแชร์ประสบการณ์การวิเคราะห์กราฟของตนให้นักลงทุนมือใหม่ได้ศึกษา ทั้งด้านที่ขาดทุนและด้านที่ได้กำไร เพราะปัจจุบันนี้มีเงินเพียง 5,000 บาท ก็สามารถเริ่มต้นลงทุนในหุ้นได้แล้ว อีกทั้งยังมีเว็บไซต์ แอพพลิเคชั่น และบทความออนไลน์จำนวนมากที่ทำให้การเล่นหุ้นเป็นเรื่องง่าย จนอาจทำให้นักลงทุนมือใหม่ลืมไปว่าตลาดหุ้นนั้นมีทั้งคนที่ได้ทั้งกำไรและคนที่ขาดทุน การหาข้อมูล และเรียนรู้ตลอดเวลาจึงเป็นอีกวิถีทางในการลดความเสี่ยง

ชูจุดขายด้วยสไตล์การเขียน
สมเกียรติ เล่าถึงการแบ่งเวลาระหว่างการเล่นหุ้นและการทำงานประจำว่า ช่วงเช้าก่อนเริ่มงาน เขาจะอ่านข่าวเพื่ออัพเดตเหตุการณ์บ้านเมือง ในช่วง 10 โมงเช้าที่ตลาดหุ้นเปิดทำการ และตอนเย็นก่อนตลาดหุ้นปิดก็จะใช้เวลาประมาณ 5 นาที เข้าไปดูว่าหุ้นแต่ละตัวนั้นขึ้น-ลงตามที่วางแผนไว้หรือไม่ หลังจากนั้นเมื่อกลับมาบ้านเข้าจะใช้เวลาตอนกลางคืนในการวางแผนเลือกหุ้นที่ต้องการลงทุน หากมีเวลาเหลือก็เขียนคอนเทนต์เก็บไว้สำหรับการอัพบล็อก

“ผมมีข้อจำกัดของตัวเองอยู่ว่า ถึงแม้ผมจะเล่นหุ้นแต่เวลาทำงานต้องไม่เสีย ผมยังทำงานประจำอย่างเต็มที่เหมือนเดิม เวลาที่นอกเหนือจากการทำงานผมก็ได้ทำอย่างอื่นที่ชอบ เป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ที่สำคัญงานอดิเรกของผมยังเป็นแนวทางสร้างรายได้เสริมด้วย”

5

อยากแชร์ประสบการณ์การวิเคราะห์กราฟของตนให้นักลงทุนมือใหม่ได้ศึกษา ทั้งด้านที่ขาดทุนและด้านที่ได้กำไร เพราะปัจจุบันนี้มีเงินเพียง 5,000 บาท ก็สามารถเริ่มต้นลงทุนในหุ้นได้แล้ว  จนอาจทำให้นักลงทุนมือใหม่ลืมไปว่าตลาดหุ้นนั้นมีทั้งคนที่ได้ทั้งกำไรและคนที่ขาดทุน การหาข้อมูล และเรียนรู้ตลอดเวลาจึงเป็นอีกวิถีทางในการลดความเสี่ยง

โซเชียลมีเดีย กระบอกเสียงของบล็อกเกอร์
นอกจากบล็อก และคอนเทนต์ในเว็บไซต์ Stock2morrow ผู้ที่สนใจสามารถติดตามเขาได้ในโซเชียลมีเดียต่างๆ อาทิ เฟซบุ๊กแฟนเพจ อินสตาแกรม ทวิตเตอร์ และล่าสุดเพิ่งเปิดตัวไลน์ออฟฟิเชียลกับ Line@ ก็มีผู้ติดตามถึง 2,700 คน ภายใน 2 วันแรก ถือว่าเป็นอีกหนึ่งช่องทางใหม่ในการสื่อสาร

สมเกียรติ เล่าต่ออีกว่า ระยะหลังมานี้ เขาใช้เฟซบุ๊กแฟนเพจเป็นช่องทางหลักในการสื่อสารกับผู้ติดตาม เนื่องจากมีผู้ใช้จำนวนมาก เป็นจุดศูนย์รวมที่คนทั่วไปสามารถเห็นได้ชัด สามารถแชร์หรือบอกต่อกันได้ง่ายที่สุด ซึ่งเขาก็มักจะมีเรื่องราวมาอัพเดตอยู่สม่ำเสมอ อีกทั้งบทความส่วนมากจะเป็นลักษณะจบในตัว ทำให้อ่านง่าย

“ผมคิดว่าเฟซบุ๊กเข้ามาปรับเปลี่ยนสไตล์การเขียนของบล็อกเกอร์ สมัยก่อนบล็อกเกอร์ด้านวิชาการมักจะเน้นการเขียนเนื้อหาเยอะๆ แต่ปัจจุบันโซเชียล-มีเดียต่างๆ ทำให้รู้ว่าคนไทยอ่านหนังสือน้อยลงจริงๆ ผมจึงปรับเปลี่ยนรูปแบบการเขียนให้สั้นลง แต่ใจความสำคัญยังต้องอยู่ครบ”

3

เขียนบทความที่บ่งบอกตัวตน
แน่นอนว่า เว็บบล็อกด้านวิชาการลักษณะนี้ได้รับความนิยมน้อยกว่าบล็อกประเภทบันเทิง อาจด้วยพฤติกรรมของผู้บริโภคมักจะใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อความบันเทิง เป็นสาเหตุให้เหล่าบล็อกเกอร์นักวิชาการเหล่านี้ต้องทำงานหนักขึ้น ทั้งในแง่เนื้อหาของบทความที่ต้องเข้าใจง่าย แต่ในขณะเดียวกัน ผู้เขียนก็ต้องมีข้อมูลที่สามารถพิสูจน์ได้ เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อ่านและนักลงทุน ดังนั้นบล็อกเกอร์เชิงวิชาการจึงต้องสื่อสารในสิ่งที่ตนเองรู้จริง ถ้าไม่รู้ก็บอกตามตรงว่าไม่รู้ เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่น

บล็อกเกอร์รุ่นใหม่ก็เช่นกัน เขาอยากให้ลองถามตัวเองดูก่อนว่ามีใจรักจริงหรือไม่ เพราะช่วงเวลาที่ผ่านมา เขาได้เห็นบล็อกเกอร์หน้าใหม่หลายคน เปิดบล็อกขึ้นมาเพื่อบอกหุ้นเด็ด จากนั้นก็เปิดคอร์สสอนเพื่อเก็บเงิน คนกลุ่มนี้ถ้าเก็งหุ้นถูกก็โชคดีไป แต่ถ้าเก็งผิดก็ดับทันที ซึ่งผู้บริโภคต้องอย่าลืมว่าการลงทุนมีความเสี่ยง การขึ้น-ลงของตลาดหุ้นนั้นไม่มีใครเก็งถูกตลอดทุกครั้งแน่นอน

คำแนะนำจากมนุษย์เงินเดือน
สมเกียรติ อยากแนะนำผู้เล่นหุ้นที่ติดตามเขาอยู่ว่า อยากให้หาแนวทางในการลงทุนของตัวเองให้เจอ ซึ่งการลงทุนมีหลายรูปแบบไม่ได้จำกัดเฉพาะลงทุนในหุ้นอย่างเดียว แต่หากรู้ตัวว่าชอบเล่นหุ้น ให้ศึกษาตัวเองว่าชอบหุ้นแนวไหน ระยะยาว หรือระยะสั้น โดยการเรียนรู้จากของจริง ด้วยทุนน้อย เพราะหากเกิดเหตุผิดพลาดจะได้ไม่เจ็บตัวเยอะ ที่สำคัญคือ ต้องค้นหาสไตล์ของตัวเอง เพราะหากเอาแต่ฟังคนอื่นหรือลงทุนเลียนแบบคนอื่น อาจไม่ใช่หนทางที่จะเติบโตได้ไกลในตลาดหุ้น

สมเกียรติ เล่าต่อด้วยรอยยิ้มว่า อนาคตของบล็อก iSalaryman อาจจะมีมุมมอง แนวคิดการใช้ชีวิตที่ไม่เกี่ยวกับการเล่นหุ้นเพิ่มเข้ามา เนื่องจากขณะนี้ภรรยาของเขากำลังตั้งท้อง เขาจึงตั้งใจจะเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับการเป็นคุณพ่อมือใหม่สไตล์มนุษย์เงินเดือนด้วย

“คติของผมคือ ทำวันนี้ให้ดีที่สุด อย่างหนังเรื่อง About Time ที่พระเอกย้อนเวลากลับไปแก้ไขสิ่งผิดพลาด แต่ในความเป็นจริงทุกคนย้อนเวลากลับไปแก้ไขอดีตไม่ได้ ดังนั้นเราจึงควรทำวันนี้ให้ดี จะได้ไม่นึกเสียใจภายหลัง ที่สำคัญคือ ถ้าเรามีความสุขในสิ่งที่ทำ ก็จะทำให้เรามีพลังขับเคลื่อนในวันต่อไป” สมเกียรติ กล่าวทิ้งท้าย

You may be interested in

Latest post from Facebook

Related Posts

Amazon ลองแปลง “นักรีวิว” ให้เป็นแม่ค้าพ่อค้า

Amazon ได้ทดลองแคมเปญ “influencer program” ให้นักรีวิวสมัครเล่นบ้าง อาชีพบ้าง สามารถสร้างร้านขายของออนไลน์ของตัวเองบน Amazon ได้ง่ายๆ แล้วอเมซอนจะแบ่งรายได้ให้ …จึงอาจเรียกได้ว่าเป็นการ “แปลงนักรีวิว เป็นแม่ค้าพ่อค้า” ก็ว่าได้