ทำเอาหนุ่มๆ ต้องตกอยู่ในภวังค์เมื่อได้พบกับสาวสวยหน้าใส ที่พรั่งพร้อมไปด้วยความสามารถจากค่ายโมโน อย่าง หยก-ณัฐปภัสร์ ธนาธนมหารัตน์ นักแสดงคลื่นลูกใหม่ผู้เคยฝากผลงานมาแล้วทั้งถ่ายแบบ โฆษณา พิธีกร มิวสิควิดีโอ ภาพยนตร์ ผลงานเพลง ซีรี่ส์ และล่าสุดนี้กำลังจะมีภาพยนตร์เรื่อง “คนอกหัก” ให้เหล่าแฟนคลับได้ชื่นชมกัน นอกจากความสามารถ สวย เก่ง อารมณ์ดี และเป็นกันเองสุดๆ เธอยังเป็นผู้หญิงที่ติดตามเทรนด์เทคโนโลยีอยู่เสมอด้วย
ผลงานของนางเอกหน้าใหม่
เมื่อเธอเข้ามาเป็นศิลปินภายใต้เครือโมโนกรุ๊ป ก็ได้รับโอกาสครั้งใหญ่ในการเป็นนางเอกภาพยนตร์เรื่อง “The Dog ชิงหมาเถิด” ผลงานการกำกับของพงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง ที่เธอต้องประกบพระเอกดาวรุ่งอย่างมาริโอ เมาเร่อ และบอย-ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ หลังจากนั้น 1 ปี ยังมีภาพยนตร์ตามมาอีกเรื่องคือ “Art Idol อยากให้เธอรู้ว่ากูติสท์” พร้อมด้วยซีรี่ส์สยองขวัญ “Angels นางฟ้าล่าผี” ทางช่อง Mono29 ที่เรตติ้งดีจนต้องถ่ายทำภาค 2 ต่อ และมีกำหนดฉายช่วงหลังกลางปีเป็นต้นไป และล่าสุดนี้ หยก กลับมารับบทนางเอกอีกครั้งกับหนังรักของค่ายโมโนฟิล์มเรื่อง “คนอกหัก” ประกบนักแสดงรุ่นพี่อย่างอนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม, โทนี่ รากแก่น และนาวิน ต้าร์
วงการบันเทิงที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ
หยก เล่าให้ฟังต่อว่า เธอเริ่มเดินสายแคสงานตั้งแต่อายุ 17 แคสงาน มาเกือบ 40 ตัว แต่ผลลัพท์คือไม่ได้แม้แต่งานเดียว จนงานสุดท้ายที่ไปแคส มีพี่คนหนึ่งพูดว่า “หน้าบานแบบนี้ ใครไปเรียกมาแคส?” ทำให้ตอนนั้นเสียความมั่นใจจนหยุดแคสงานไปพักหนึ่ง
“ตอนนั้นเราเสียใจมาก แต่โชคดีที่ได้กำลังใจจากครอบครัวและคำสอนของคุณแม่ที่คอยเตือนสติเราว่า หากตัวเราท้อกับเรื่องแค่นี้ เราคงไปไม่ถึงความฝัน เราจะต้องทำให้ทุกคนรู้ว่าเราก็ทำได้”
แม้จะรู้ว่าหนทางข้างหน้าไม่ง่ายอย่างที่คิด แต่ความฝันทำให้มีแรงฮึดที่จะสู้ต่อ เธอปรับปรุงตัวเองทุกด้านตั้งแต่ลดน้ำหนัก ออกกำลังกาย พัฒนาบุคลิกภาพให้ดีขึ้น ประกอบกับจังหวะนั้นมีพี่คนหนึ่งในวงการโมเดลลิ่งก็ชักชวนให้เธอกลับไปแคสงาน ผลปรากฏว่าการกลับไปครั้งนี้ทำให้เธอได้งานโฆษณาทันที และหลังจากนั้นเธอก็สามารถกวาดงานโฆษณามาได้กว่า 20 ตัว ในเวลาเพียง 1 ปี เฉลี่ยแล้วเดือนละ 2 ตัว โดยระหว่างนั้นเธอก็มีโอกาสถ่ายแบบนิตยสารและลองงานพิธีกรด้วย
คุณแม่ เพื่อนสนิทที่รู้ใจ
สำหรับไอดอลตลอดการของหยก คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากคุณแม่ของเธอ หยกเล่าอย่างภาคภูมิใจว่า เธออยากเป็นคนเก่งเหมือนแม่ เพราะคุณแม่ของเธอสามารถทำได้ทุกอย่างตั้งแต่ทำอาหาร ทำงานบ้าน ตกแต่งสวน รวมถึงงานช่างแบบผู้ชาย นอกจากนั้นคุณแม่ยังเป็นคนที่ตามทันการสื่อสารยุคใหม่ ตามอ่านข่าวในอินเทอร์เน็ตแล้วนำมาเล่าให้หยกฟังเสมอ
แม้จะเป็นลูกสาวคนเล็ก แต่แม่ก็ปล่อยให้เลือกทางเดินของตัวเอง ซึ่งหยกก็เลือกที่จะเก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้กับชีวิต ด้วยการทำกิจกรรมมากมาย โดยให้เหตุผลว่า เป็นการฝึกฝนตัวเอง ประกอบกับนิสัยส่วนตัวที่เป็นคนรักความท้าทาย ไม่ชอบหยุดนิ่ง ชีวิตในวัยเรียนของเธอจึงเป็นนักกิจกรรมตัวยงมาตลอด พิสูจน์ได้จากการเป็นเชียร์ลีดเดอร์มาตั้งแต่สมัยประถมจนกระทั่งเรียนจบมัธยมปลาย
![]() |
ฉบับที่ 196 เดือนเมษายนซื้อ-ขายใน AEC+6 ด้วยโมบายล์ |
ไลฟ์สไตล์การใช้ไอทีของหยก
หยก เล่าว่า เธอเป็นคนติดสมาร์ทโฟนมาก ต้องถือติดมือตลอดเวลา เรียกว่าตั้งแต่ตื่นนอนก็ต้องเช็กอีเมล เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และตอบไลน์ อีกทั้งงานและโซเชียลมีเดียสำหรับหยกนั้นไม่สามารถแยกออกจากกันได้ เนื่องจากโซเชียลมีเดียเป็นหนึ่งในช่องทางหลักที่เธอใช้ติดต่อกับแฟนคลับ ซึ่งในกองถ่ายส่วนใหญ่จะอนุญาตให้ถ่ายรูปได้ เพื่อให้ศิลปินได้นำไปใช้ในสื่อโซเชียลมีเดียส่วนตัว
“นอกจากเวลางานแล้ว เกือบ 70 เปอร์เซ็นต์ของเวลาที่เหลือ ก็จะอยู่บนโลกออนไลน์ตลอด ที่สำคัญคือ เราตอบกลับข้อความในอินสตาแกรมของทุกคนด้วยตัวเอง เพราะรู้สึกอยากขอบคุณแฟนคลับที่ติดตามกันมาตลอด”
วันว่างที่พักจากการถ่ายละคร-ภาพยนตร์ หยกมักเข้าจะใช้ YouTube เป็นสื่อการฝึกฝนสิ่งใหม่ๆ อาทิ ศึกษาบุคลิกของตัวละครแบบต่างๆ เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการแสดง อีกทั้งค้นหาสูตรขนมใหม่ๆ จากต่างประเทศ เพื่อทำให้คนที่บ้านทดลองชิม และนำไปแบ่งให้เพื่อนๆ ในกองถ่าย ซึ่งช่องยูทูปที่เธอโปรดปรานมากที่สุดคือ รายการทำอาหารของมาร์ธา สจ๊วต นั่นเอง
เกือบ 70 เปอร์เซ็นต์ของเวลาที่เหลือ ก็จะอยู่บนโลกออนไลน์ตลอด ที่สำคัญคือ เราตอบกลับข้อความในอินสตาแกรมของทุกคนด้วยตัวเอง เพราะรู้สึกอยากขอบคุณแฟนคลับที่ติดตามกันมาตลอด
เธอยังเล่าต่ออีกว่า แกดเจ็ตที่ปลาบปลื้มมากที่สุดตอนนี้คือ iPhone6 พร้อมให้เหตุผลว่า ทุกวันนี้สมาร์ทโฟนแต่ละแบรนด์มีคุณสมบัติคล้ายคลึงกันเกือบทั้งหมด แต่อาจแตกต่างด้านความคมชัดของกล้อง ความเร็วในการเชื่อมต่อ และความละเอียดของหน้าจอ ดังนั้น เธอจึงเลือกจากความชื่นชอบส่วนตัวเป็นหลัก เพราะสมาร์ทโฟนก็เปรียบเสมือนเครื่องประดับที่พกติดตัวชิ้นหนึ่ง ต้องเลือกที่โดนใจที่สุด
ปัญหาอินเทอร์เน็ตกับวัยรุ่น
หยก มองว่า อินเทอร์เน็ตเข้ามาตอบโจทย์ความต้องการของคนทุกเจนเนเรชั่น ไม่ว่าจะเป็นเด็ก วัยรุ่น วัยทำงาน หรือแม้กระทั่งผู้สูงอายุ ไม่ว่าจะเป็นแง่ของความบันเทิงหรือความสะดวกสบายในการหาข้อมูล แต่ในขณะเดียวกันข้อมูลมหาศาลเหล่านี้ยังไม่ถูกคัดกรอง ผู้ใช้ต้องมีวิจารณญาณในการรับข้อมูลเหล่านี้
“อย่างที่บอกว่าข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตมันมีทั้งข้อดีและข้อเสีย หยกเลยอยากให้เด็กๆ และผู้รับข้อมูลทุกคนคัดกรองข้อเท็จจริงของข้อมูลเหล่านั้นเสียก่อนปักใจเชื่อ”
การใช้งานคอมพิวเตอร์หรือดีไวซ์ต่างๆ ก็เช่นกัน จะเห็นได้ว่า เด็กสมัยนี้ใช้งานอุปกรณ์ไอทีได้ดีกว่าผู้ใหญ่เสียอีก แต่ก็อยากให้ใช้งานอย่างพอเหมาะ เพราะหากเล่นมากเกินไปอาจเกิดปัญหาตามมา ทั้งเรื่องของสุขภาพ เสียความสัมพันธ์กับครอบครัวและเพื่อนฝูง จึงอยากให้เด็กๆ แบ่งเวลาในการใช้งานให้เหมาะสม
ในส่วนของโซเชียลมีเดีย ถ้าใช้ให้ถูกต้องก็เป็นเรื่องที่ดี ทำให้คนใกล้ชิดกันมากขึ้น แต่โดยส่วนตัวของหยกแล้ว การโพสต์ข้อความหรือรูปภาพในโซเชียลมีเดีย เธอจะคิดทบทวนก่อนโพสต์ทุกครั้ง เพราะแน่นอนว่าศิลปินมักเป็นที่จับตามองของสังคม อีกทั้งแฟนคลับส่วนใหญ่ของเธอเป็นกลุ่มเยาวชนอายุไม่มาก ดังนั้นเธอจึงเลือกจะโพสต์ทัศนะคติเชิงบวกมากกว่าโพสต์ทุกอย่างที่คิด
จากคำพูดที่ชัดเจนฉะฉานจนทำให้อดชื่นชมเธอไม่ได้ สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งในมุมมองความคิดของเธอเท่านั้น และนี่คือตัวอย่างของนักแสดงรุ่นใหม่ ที่มีอนาคตสดใสจนน่าจับตามองอีกคนหนึ่งของวงการบันเทิงเมืองไทยเลยทีเดียว