สกายบ็อกซ์ เป็นจุดรับสินค้าออนไลน์บนสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส เพื่อความสะดวกของกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งเป็นกลุ่มคนทำงานและเป็นกลุ่มที่มีอัตราการซื้อสินค้าออนไลน์เป็นหลัก ซึ่งขณะนี้สกายบ็อกซ์เป็นเจ้าแรกและเจ้าเดียวที่เปิดให้บริการ
สกายบ็อกซ์ เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ช้อปปิ้งออนไลน์ อาทิ Alibaba, Amazon, Lazada, Luxora ตั้งเป้าสิ้นปีนี้จะเป็นจุดรับสินค้าของทุกเว็บฯ อีคอมเมิร์ชในไทย และจะพัฒนาแอพพลิเคชั่นให้ผู้ประกอบการ SMEs
สบช่องโอกาสดี ตลาดอีคอมเมิร์ซโต
อภิพัฒน์ เลิศฤทธิ์ศิริกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้งสกายบ็อกซ์ กล่าวว่า ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยมีอัตราเติบโตต่อเนื่องมากกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ปัจจุบันมีผู้ประกอบการธุรกิจอีคอมเมิร์ซผ่านช่องทางต่างๆ เช่น โซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ และออนไลน์อยู่ที่ประมาณ 5 แสนราย และมีคนไทยซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากกว่า 23 ล้านคน และคาดว่าในปี 2558 มูลค่าตลาดรวมธุรกิจอีคอมเมิร์ซในส่วนการซื้อ-ขายตรงไปยังผู้บริโภคจะมีมูลค่าประมาณ 1.82 แสนล้านบาท ทางสกายบ็อกซ์จึงมองเห็นโอกาสของธุรกิจจากตรงนั้น จึงใช้งบลงทุนประมาณกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินลงทุนภายในทั้งหมด นับตั้งแต่เปิดดำเนินการมาในปี 2557 มีอัตราการเติบโตสูงกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ต่อเดือน
ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเติบโตของอีคอมเมิร์ซเป็นผลมาจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยี การเข้าถึงอินเทอร์เน็ต จำนวนการใช้สมาร์ทโฟนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงระบบชำระเงินออนไลน์ที่พัฒนาไปอย่างมาก นับจากนี้ธุรกิจอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยจะมีอัตราเติบโตเร็วมากขึ้น สกายบ็อกซ์ จึงมุ่งเน้นไปที่การเป็นจุดรับสินค้าออนไลน์บนสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส เพื่อความสะดวกของกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งเป็นกลุ่มคนทำงานและเป็นกลุ่มที่มีอัตราการซื้อสินค้าออนไลน์เป็นหลัก ซึ่งขณะนี้สกายบ็อกซ์ เป็นเจ้าแรกและเจ้าเดียวที่เปิดให้บริการ โดยได้ร่วมมือกับบริษัท เอคอมเมิร์ซ จำกัด ที่เป็นผู้นำด้านการจัดการการขนส่งสินค้าของประเทศไทย เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับสกายบ็อกซ์ในการนำเสนอบริการการขนส่งสินค้า การขนส่งด่วน ระบบด้านอีคอมเมิร์ซ และระบบบันทึกและจัดการข้อมูลที่มีความปลอดภัย
บริการในรูปแบบใหม่ เอาใจพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์
จุดเด่นของสกายบ็อกซ์เน้นกลยุทธ์ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ช้อปง่าย รับสบาย” (Click and Collect) เหมาะสมกับวิถีชีวิตคนเมืองอย่างแท้จริง คือให้บริการราคาที่ถูกกว่าการส่งถึงบ้าน ได้รับสินค้าเร็วและแน่นอน ช้อปก่อนเที่ยงวัน รับได้เที่ยงวันถัดไป ลดความเสียหายและลดวามสูญหายของตัวสินค้า สามารถคืนสินค้าได้ทันที มีบริการจ่ายเงินเมื่อรับสินค้า มีช่องทางการรับสินค้าชัดเจน เหมาะกับคนที่ไม่ค่อยอยู่บ้าน คนมาจากต่างจังหวัดและต่างประเทศ ผู้ซื้อสามารถมาเลือกรับสินค้าเมื่อไรก็ได้ที่ว่าง ไม่มีพัสดุตีกลับเมื่อไม่มีผู้รับสินค้า เพราะสกายบ็อกซ์จะเป็นผู้เก็บสินค้าไว้ให้ โดยสกายบ็อกซ์เปิดให้บริการจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.00 น. – 21.00 น. และวันเสาร์เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 10.00 น. – 21.00 น. ปิดทำการวันอาทิตย์ โดยสถานีหมอชิตจะเปิดให้บริการทุกวัน
ปัจจุบัน สกายบ็อกซ์ได้ตั้งจุดให้บริการอยู่บนสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสรวมทั้งสิ้น 6 สถานี ได้แก่ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ทองหล่อ สนามกีฬาแห่งชาติ ช่องนนทรี หมอชิต และอารีย์ จัดส่งพัสดุภายนอกระบบจากสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสไปยังสถานที่อื่นๆ ทั้งในประเทศและนอกประเทศ พร้อมให้บริการแบบครบวงจร (One Stop Service) อาทิ ชำระค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าบัตรเครดิต ค่าโทรศัพท์ และอื่นๆ โดยมุ่งหวังที่จะมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุด เพื่อตอบสนองการดำเนินชีวิตที่เร่งรีบของลูกค้าในปัจจุบัน
“ค่าบริการคิดในอัตราเริ่มต้นที่กิโลกรัมละ 35 บาท ไม่รวมค่าบริการพิเศษอื่นๆ ที่ผ่านมาพัสดุที่ส่งกันนั้นก็มีความหลากหลาย ส่วนใหญ่จะเป็นประเภทเครื่องสำอาง เสื้อผ้า หรืออาหารบ้างก็มี แต่ผู้ส่งจะต้องแพ็กมาให้ดี ซึ่งทั้งผู้ส่งและผู้รับสามารถกำหนดเวลารับ-ส่งกันได้ภายใน 1 วัน โดยผู้รับจะไม่เสียค่าบริการใดๆ ในการมารับพัสดุ ล่าสุดมีลูกค้าให้ส่งราวตากผ้ายาวประมาณ 2 เมตร บนสถานีรถไฟฟ้าเราก็บริการให้ สำหรับในจุดที่ไม่มีศูนย์บริการของสกายบ็อกซ์ แต่ลูกค้าต้องการรับของ ก็จะมีพนักงานนั่งรถไฟฟ้าไปส่งให้ ซึ่งลูกค้าต้องจ่ายค่าบริการเพิ่มพิเศษ”
![]() |
ฉบับที่ 203 เดือนพฤศจิกายนFinTech อนาคตโลกการเงิน |
แผนการขยายธุรกิจภายในปี 2559 บริษัทฯ ตั้งเป้าที่จะเพิ่มจุดให้บริการให้ครบทุกจุดแบบครบวงจร ครอบคลุมทั่วประเทศไทยเกิน 100 สาขา ในรูปแบบของแฟรนไชส์ เพื่อการขยายตัวอย่างรวดเร็ว และอีก 50 สาขา เพื่อรองรับ AEC เพิ่มบริการนำเข้าสินค้าจากเว็บไซต์ต่างประเทศ และเป็นผู้นำด้านการรับ-ส่งสินค้าจากอีคอมเมิร์ซเพื่อก้าวขึ้นเป็นอันดับ 1 ในการรับ-ส่งสินค้าในเอเชีย เบื้องต้นจะเริ่มในประเทศที่บริษัท เอคอมเมิร์ซ ที่ให้บริการอยู่แล้ว ได้แก่ สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย รองลงมาคือ กัมพูชา และมาเลเซีย รวมถึงการเข้าตลาดหลักทรัพย์ IPO ให้ได้ในปี 2560
โดยขณะนี้บริษัทฯ ได้ลงทุนพัฒนาระบบแอพพลิ-เคชั่นไว้รองรับการใช้งานที่จะเพิ่มปริมาณมากขึ้นอย่างรวดเร็วในอนาคต ซึ่งจะช่วยให้ผู้ขายสินค้าภาคธุรกิจรายย่อยสามารถจำหน่ายสินค้าได้มากขึ้น และผู้บริโภคก็ซื้อสินค้าได้สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย เรียกได้ว่าแอพพลิเคชั่นนี้ ทางบริษัทฯ ตั้งใจจะพัฒนาให้ตอบโจทย์ทุกมิติของอีคอมเมิร์ซเลยก็ว่าได้
“ปัจจุบัน สกายบ็อกซ์ เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ช้อปปิ้งออนไลน์ อาทิ Alibaba, Amazon, Lazada, Luxora ตั้งเป้าสิ้นปีนี้จะเป็นจุดรับสินค้าของทุกเว็บฯ อีคอมเมิร์ชในไทย และอีก 3 เดือนจากนี้ จะพัฒนาแอพพลิเคชั่นให้ผู้ประกอบการ SMEs ให้มีช่องทางจำหน่ายสินค้าเพิ่มขึ้น พร้อมเปิด www.attskybox.com ให้จองพื้นที่หน้าร้านออนไลน์ ประมาณ 1 พันราย ไม่จำกัดประเภทสินค้าและบริการ”
ผนึกกำลังเพื่อความแข็งแกร่ง
ทางด้าน กริช ศรีวรกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารประจำประเทศไทย บริษัท เอคอมเมิร์ซ จำกัด กล่าวเสริมว่า สำหรับทิศทางธุรกิจอีคอมเมิร์ซในปัจจุบัน ถือว่ามีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 25 เปอร์เซ็นต์ต่อปี และคาดการณ์ว่าจะโตเป็น 2 เปอร์เซ็นต์ของทั้งตลาดค้าปลีกภายในสิ้นปี 2558 อัตราการเติบโตอย่างรวดเร็วเกิดจากการที่คนไทยใช้สมาร์ทโฟนกันอย่างแพร่หลาย โดย 50 เปอร์เซ็นต์ของตลาดอีคอมเมิร์ซอยู่บนมือถือ ซึ่งถือว่าเป็นโอกาสที่ดีมากสำหรับการเติบโต
ทางเอคอมเมิร์ช จึงได้ร่วมมือกับ สกายบ็อกซ์ เนื่องจากสกายบ็อกซ์มีแนวความคิดที่จะแก้ปัญหาระบบด้านการส่งของอีคอมเมิร์ซในการที่จะรับและคืนสินค้าที่ง่ายและสะดวกมากขึ้น สามารถเข้าถึงผู้บริโภคกว่า 600,000 คน ที่ใช้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอสทุกวัน รวมถึงมีส่วนช่วยผู้ดำเนินธุรกิจรายย่อยสามารถส่งสินค้าให้กับผู้บริโภคได้ในราคาที่ย่อมเยาอีกด้วย ในขณะที่เอคอมเมิร์ซเองก็เป็นผู้ให้บริการด้านอีคอมเมิร์ซแบบครบวงจร เช่น การตลาด เทคโนโลยี แวร์เฮ้าส์ และระบบขนส่งในหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
“การรับ-ส่งสินค้าตามสถานีรถไฟฟ้าได้รับความนิยมในต่างประเทศอย่างสหรัฐอเมริกา ยุโรป และสิงคโปร์มาระยะหนึ่งแล้ว ตลาดอีคอมเมิร์ซในไทยเองก็กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว เนื่องจากนิยมใช้สมาร์ทโฟนกันมากขึ้น จึงเป็นโอกาสดีของสกายบ็อกซ์ ที่ให้บริการรับ-ส่ง จ่ายเงินเมื่อได้รับของ และเป็นจุดคืนสินค้าที่สะดวกตามเส้นทางรถไฟฟ้า”
เดินหน้าลุยขยายช่องทาง ให้เพิ่มมากขึ้น
ปัจจุบัน สกายบ็อกซ์ตั้งจุดให้บริการที่สถานีบีทีเอส 6 สถานี และจะขยายอย่างต่อเนื่องไปยังสถานีอื่นๆ ให้เป็น 20 สถานีในเร็วๆ นี้ และขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน เพื่อเปิดบริการตามสถานีที่มีเมโทรมอลล์ อาจจะได้เห็นภายในปีหน้า ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคสามารถจ่ายเงินเมื่อรับของ หรือเรียกว่าบริการ Cash on Deliver หรือ COD ได้ ทุกคนสามารถส่งพัสดุอย่างสะดวกทั่วประเทศได้โดยสกายบ็อกซ์
นับจากนี้ ไปทิศทางของธุรกิจอีคอมเมิร์ซมีแต่จะเติบโตมากขึ้น ผู้บริโภคไทยใช้เวลาบนสื่อออนไลน์มากกว่าใช้เวลาบนสื่ออื่นๆ ผู้บริโภคกว่า 40 ล้านคน อยู่บนโลกออนไลน์ ขณะนี้มีผู้บริโภคมากกว่า 20 ล้านคน ที่ซื้อสินค้าออนไลน์ และกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ จากจำนวนนั้นซื้อสินค้าจากเว็บไซต์ต่างชาติ เพราะว่าผู้บริโภคบางคนไม่สามารถหาซื้อสินค้าตามที่ตัวเองอยากได้ในประเทศไทย แบรนด์ในประเทศไทยก็สามารถเพิ่มยอดขายได้โดยให้ลูกค้ามีตัวเลือกที่มากขึ้น งบโฆษณาบนโลกออนไลน์ก็จะเติบโตขึ้นเร็วขึ้นถ้าธุรกิจอีคอมเมิร์ซโต