ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงของตลาดโทรคมนาคมครั้งใหญ่ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ทั้งประเทศและนำบริการดิจิตอลไปให้ถึงกลุ่มคนใช้งานใหม่ๆ
มีจำนวนซิมที่ Connected Device มากถึง 400 ล้านเครื่องเป็นอย่างน้อยในระบบเศรษฐกิจ และ Internet of Things (IoT) จะเป็นแกนหลักสำคัญที่จะถูกนำมาใช้
ปัจจุบันดีแทคมีลูกค้าที่ใช้งานสมาร์ทโฟนมากถึง 14.9 ล้านเครื่อง หรือคิดเป็น 52 เปอร์เซ็นต์ของลูกค้าทั้งหมด แนวโน้มเหล่านี้เอื้อต่ออัตราการเจริญเติบโตในอนาคตของอุตสาหกรรมโทรคมนาคม และอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงกันในระบบ ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมทางการเงิน การธนาคาร ธุรกิจบันเทิง
เตรียมพร้อมการให้บริการโครงข่าย 4G
ลาร์ส โอเคะ นอร์ลิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า วาระสำคัญของประเทศไทยคือ การปลดล็อกศักยภาพ 4G อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ดีแทคต้องการที่จะเห็นภาครัฐเร่งวางโรดแมปคลื่นความถี่ที่จะนำมาประมูลใน อนาคตอันใกล้ให้ชัดเจน การประมูลใบอนุญาตคลื่นความถี่ 1800 MHz และ 900 MHz ในช่วงปลายปีนี้ นับเป็นก้าวแรกที่สำคัญของประเทศไทยที่จะเร่งบริหารจัดสรรคลื่นความถี่ อันเป็นทรัพยากรอันล้ำค่าของชาติมาใช้เป็นกลไกขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจ ดิจิตอลที่สำคัญที่สุด ซึ่งดีแทคมองไปข้างหน้าว่า การนำคลื่นความถี่ที่ยังไม่ได้ใช้ เช่น คลื่น 1800, 850 และ 2,600 MHz มาร่วมประมูลในอนาคต จะสร้างความเชื่อมั่นต่อคุณภาพและพื้นที่การให้บริการ 4G ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ
และจากการคาดการณ์ของดีแทคต่ออัตราการ เจริญเติบโตของธุรกิจ M2M ในประเทศไทยว่า จะมีจำนวนซิมที่ Connected Device มากถึง 400 ล้านเครื่องเป็นอย่างน้อยในระบบเศรษฐกิจ ที่สำคัญภายใต้ระบบเศรษฐกิจดิจิตอล ธุรกิจ M2M และ Internet of Things (IoT) จะเป็นแกนหลักสำคัญที่จะถูกนำมาใช้ในอุตสาหกรรมใหญ่ๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบบริหารและติดตามพิกัดตำแหน่งยานพาหนะ ระบบการจัดการการส่งสินค้าหรือข้อมูล (Fleet Management, Logistics) หรือแม้แต่กระทั่งการนำมาใช้งานอย่างแพร่หลายในระดับผู้บริโภคทั่วไปในวง กว้าง ได้แก่ การติดตามเด็ก และผู้สูงอายุ (Child Tracking, Senior Tracking) และเพื่อสุขภาพ (Healthcare)
![]() |
ฉบับที่ 199 เดือนกรกฏาคมYouTuber นักสร้างสรรค์โฆษณาดิจิตอล |
โมเดลการบริหารงานรูปแบบใหม่ ใช้มินิซีอีโอ ดูแลรายภูมิภาค
ดี แทค ประกาศเป้าหมายที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำในการให้บริการอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่สำคัญๆ ในต่างจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้กลยุทธ์ Internet for All เกิดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรมมากที่สุด จึงได้ปรับยุทธศาสตร์การดำเนินงานที่เน้นสร้างกลไกการขาย การตลาด และการจัดจำหน่ายให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยการปรับโครงสร้างการทำงานแต่งตั้งผู้ดูแลภูมิภาคใน 5 พื้นที่ Regional Business Head (RBH) ที่เปรียบ เสมือนมินิซีอีโอ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจและการให้บริการลูกค้าทั่วประเทศคือ ปภาพรต ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการอาวุโสธุรกิจภูมิภาค-กรุงเทพฯ และปริมณฑล, ปกรณ์ มโนรมย์ภัทรสาร ผู้อำนวยการอาวุโสธุรกิจภูมิภาค-ภาคเหนือ, วรวัฒน์ วงศ์สง่า ผู้อำนวยการอาวุโสธุรกิจภูมิภาค-ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, ปัญญา เวชบรรยงค์รัตน์ ผู้อำนวยการอาวุโสธุรกิจภูมิภาค-ภาคใต้และตะวันตก และอำนาจ โกศลรอด ผู้อำนวยการอาวุโสธุรกิจภูมิภาค-ภาคกลางและตะวันออก
การปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กรครั้งนี้ เพื่อให้บริษัทมีความเข้าใจ และสามารถตอบสนองความต้องการ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อลูกค้าอย่างแท้จริง เป็นสิ่งที่จะเสริมความแข็งแกร่งของการให้บริการในแต่ละพื้นที่ซึ่งมีความต้องการที่แตกต่างกันไป และการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า ซึ่งมีอีกเป็นจำนวนมากที่ยังไม่สามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้
โฟกัสยุทธศาสตร์ การทำงานอย่างตรงจุด
ลาร์ส กล่าวอีกว่า หัวหน้าทีมที่ดูแลทั้ง 5 พื้นที่นี้จะเป็นหนึ่งในผู้บริหารสูงสุดของดีแทค การทำงานในระดับภูมิภาคเป็นแนวทางที่เทเลนอร์นำมาใช้ในหลายประเทศทั่วโลก และได้เริ่มปรับการทำงานในระดับภูมิภาคมาแล้ว 8 เดือน และเริ่มมีพัฒนาการในการทำความเข้าใจและทำงานในระดับภูมิภาคดีขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเป็นการโฟกัสพื้นที่ในการดำเนินธุรกิจ
นอกจากผู้บริหารในระดับหัวหน้าทั้ง 5 ภาค แล้ว ยังมีการแต่งตั้ง ผู้บริหารระดับโซนพื้นที่อีก 22 โซน (Zonal Business Heads) และระดับพื้นที่ ที่เล็กลงมา อีก 95 คน (Cluster Business Heads) เพื่อให้เกิดการแข่งขันกันภายในของแต่ละทีมแต่ละพื้นที่ และยังช่วยให้ทีมลงมือปฏิบัติงานได้ตรงจุด ซึ่งหัวหน้าทีมที่ดูแลทั้ง 5 พื้นที่นี้ จะรายงานผลการดำเนินงานตรงต่อประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
ลุยภาคใต้สู่นครศรีธรรมราช รองรับจุดศูนย์กลางเชื่อมใต้บน-ล่าง
ดีแทค ได้วางแผนเสริมความแข็งแกร่งสู่พื้นที่ภาคใต้มากยิ่งขึ้น โดยเล็งเห็นความสำคัญของจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นศูนย์กลางสำคัญจังหวัดทางภาคใต้ที่เป็นจุดยุทธ์ศาสตร์ในการเชื่อมภาคใต้ตอนบนและภาคใต้ตอนล่าง รวมถึงเป็นศูนย์กระจายสินค้าอุปโภค-บริโภคต่างๆ และยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวและที่พักอาศัยที่สำคัญ จึงเป็นเมืองที่มีการเติบโตสูงสู่อนาคต การเร่งขยายในส่วนของการให้บริการโทรคมนาคมและอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่จึงมีความสำคัญ
ปัจจุบันชาวนครศรีธรรมราชสามารถใช้ 4G จาก ดีแทคได้แล้ว โดยรองรับการใช้งานในพื้นที่อำเภอขนอม อำเภอท่าศาลา และอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ที่เป็นจุดสำคัญของจังหวัดและมีการใช้งานดาต้าสูง และยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวและที่พักอาศัยที่สำคัญ
บริการดีแทค 4G ยังครอบคลุมพื้นที่ชะอำ-หัวหิน หาดใหญ่ สงขลา และสุราษฎร์ธานี รวมถึงจังหวัดที่เป็นเส้นทางจากกรุงเทพฯ เชื่อมต่อภาคใต้ เช่น สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และราชบุรี
เอาใจตลาดท้องถิ่นเกาะติดไลฟ์สไตล์คอบอล
การจับมือกับสโมสรฟุตบอลของไทย นับเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ในการสร้างปรากฏการณ์เอาใจตลาดท้องถิ่น อย่างความร่วมมือระหว่างดีแทคและสโมสรเชียงราย ยูไนเต็ด นับเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในท้องถิ่นที่แน่นแฟ้นนับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา โดยดีแทคได้เปิดให้บริการ 4G ที่จังหวัดเชียงราย และสนามยูไนเต็ด สเตเดี้ยม เพื่อให้แฟนบอลที่เข้ามาชมการแข่งขันและชาวเชียงรายได้ใช้อินเทอร์เน็ตบนมือถือได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ อีกทั้งแฮปปี้จากดีแทคได้ร่วมมือครั้งสำคัญกับสโมสรเชียงราย ยูไนเต็ด ในการทำตลาดซิมแฮปปี้กว่างโซ้ง ให้กับสาวกทีมกว่างโซ้งมหาภัย และชาวเชียงรายได้รับสิทธิพิเศษเมื่อเปิดใช้บริการ หรือในโซนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่หลังจากการขยายโครงข่าย 3G และ 4G ของไปสู่ 11 จังหวัด คือ นครราชสีมา ขอนแก่น อุบลราชธานี อุดรธานี บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ ร้อยเอ็ด สุรินทร์ มหาสารคาม เลย และหนองคาย และพบว่ากีฬาฟุตบอลเป็นกีฬาที่มีกระแสความคลั่งไคล้ของคนทุกเพศทุกวัย ทำให้เกิดพลังความรัก ความสามัคคีของคนในจังหวัดได้มากที่สุด โดยเฉพาะทีมสโมสรฟุตบอลสวาทแคทที่มีกลุ่มแฟนบอลติดตามผลงานไม่เพียงแต่ในโคราชเท่านั้น แต่ยังมีแฟนบอลอยู่ในทุกจังหวัดในภาคอีสาน และทั่วประเทศอีกจำนวนมาก ดีแทคจึงทำตลาดซิมแฮปปี้สวาทแคท เฉพาะกลุ่มแฟนคลับทั้งในโคราชและแฟนคลับทีมสวาทแคททั่วประเทศ รวมทั้งกลุ่มลูกค้าที่อาศัยอยู่ในโคราช เมื่อเปิดใช้บริการ จะได้รับสิทธิพิเศษโทรฟรีในราคาที่คุ้มค่า